กาแฟลูกผสม การต่อกรกับปัญหาสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง

ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบสภาพอากาศ ปัญหาแมลงศัตรูพืช และโรคภัยที่อยู่ในกาแฟ ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า และอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้น นี่เป็นเพียงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมบางส่วนเท่านั้น ที่คุกคามการผลิตกาแฟทั่วโลก มีการประมาณการและการคาดการณ์กันว่า ภายในปี 2050 เราจะสูญเสียพื้นที่สำหรับเพาะปลูกกาแฟมากถึง 40% นั่นส่งผลให้ปัจจุบัน อุตสาหกรรมกาแฟเผชิญกับความท้าทายที่เรียกได้ว่าไม่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์

มีวิธีการและแนวทางในการแก้ไขปัญหามากมาย สำหรับผู้ผลิตกาแฟทั่วโลก หนึ่งในวิธีการดังกล่าว คือการเปลี่ยนมาใช้บรรดาพันธุ์ กาแฟลูกผสม ที่มีความยืดหยุ่นที่ค่อนข้างสูง โดยกาแฟเหล่านี้จะไม่กระทบต่อคุณภาพของกาแฟ อย่างในช่วงต้นทศวรรษ 1990 องค์กร CIRAD ได้ให้กำเนิดกาแฟอาราบิก้า F1 Hybrid นำมาใช้ นอกจากนี้ยังมีองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้องเช่น PROMECAFE และ ECOM และนี่เป็นต้นกำเนิด ให้เกิดการคัดเลือกและเผยแพร่พันธุ์กาแฟลูกผสมเหล่านี้ เป็นการถือกำเนิดขึ้นของบรรดากาแฟพันธุ์ผสมมากมาย อย่างเช่น H1-Centroamericano, H3, Starmaya และ Cassiopeia แต่ในช่วงปี 2017 องค์กร CIRAD ได้ถือกำเนิดโครงการ Horizon 2020 และได้ก่อตั้ง BREEDCAFS (Breeding Coffee for Agroforestry Systems) เพื่อแก้ปัญหาด้านกาแฟโดยเฉพาะ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนจากสหภาพยุโรป

Geisha Cherries

เป้าหมายของ BREEDCAFS คือการพัฒนาพันธุ์กาแฟใหม่ๆ และสร้างพันธุ์กาแฟที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ต่อสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายมากยิ่งขึ้น ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเหมาะสมกับสภาวะการเกษตรในปัจจุบันและอนาคตมากยิ่งขึ้น ซึ่งสภาวะการปลูกกาแฟในปัจจุบัน ในบางพันธุ์ อาจจะยังไม่ไม่เหมาะสมมากนัก ยกตัวอย่างเช่นกาแฟบางพันธุ์ สามารถที่จะเพาะปลูกได้ดี แต่กลับไม่เหมาะสมหากนำไปเพาะปลูกในที่ร่มเป็นต้น

และวันนี้เราจะพาคุณไปดูแนวทางที่สำคัญ ที่อาจจะเป็นกุญแจ และช่วยให้อุตสาหกรรมกาแฟก้าวต่อไปได้ ในขณะที่เจอปัญหาต่างๆ ด้านสิ่งแวดล้อมมากมายยิ่งขึ้นในปัจจุบันและในอนาคต

กาแฟลูกผสม กับการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

มีคำกล่าวที่ว่า ยิ่งกาแฟพันธุ์พ่อและแม่ มีความแตกต่างกันทางด้านพันธุกรรม หรือยีนส์มากเท่าไหร่ ต้นกาแฟลูกผสมที่ได้ก็จะจะยิ่งมีความแข็งแรงเท่านั้น กาแฟพันธุ์ผสม F1 ซึ่งเป็นรุ่นแรก ที่สร้างขึ้นจากกาแฟพันธุ์ที่แตกต่างกัน พันธุกรรมของทั้งสองได้มีการผสมกัน ทำให้ลูกผสมนี้ได้ลักษณะอันโดดเด่นของพ่อและแม่ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพทางด้านรสชาติที่ดีขึ้น ความต้านทานต่อโรคภัยมากขึ้น การปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่ดีมากยิ่งขึ้น หรืออาจจะให้ผลผลิตที่สูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งถือว่าตอบโจทย์กับสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ในปัจจุบัน

ศูนย์วิจัยในฝรั่งเศส CIRAD ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยที่มีการช่วยประเทศต่างๆ จัดการกับปัญหาด้านการเกษตร ได้มีการเปิดตัว BREEDCAFS ขึ้นในปี 2017 เป้าหมายของโครงการนี้ คือการพัฒนาพันธุ์กาแฟ ที่สามารถผลิตกาแฟอย่างยั่งยืนได้ พันธุ์กาแฟดังกล่าวจำเป็นที่จะต้องสามารถแก้ไขปัญหาด้านการผลิตกาแฟที่มีคุณภาพลดลงได้

กาแฟลูกผสมที่ให้ผลผลิตมากขึ้น และมีความยืดหยุ่นสูงขึ้น

ถึงแม้ว่าต้นกาแฟจะเติบโตได้ดีเมื่อปลูกอยู่ในพื้นที่ร่ม แต่ดูเหมือนว่าการปลูกกาแฟในพื้นที่ที่มีแสงแดด เป็นที่นิยมและเป็นที่ต้องการของผู้ผลิตมากกว่า เนื่องจากมันให้ผลผลิตที่มากกว่าการปลูกในที่ร่มถึงประมาณ 40% แต่อย่างไรก็ตาม กาแฟพันธุ์ลูกผสม F1 สามารถที่จะเติบโต และรักษาผลผลิตได้สูง ทั้งในพื้นที่ร่ม และพื้นที่ที่มีแสงแดด หากนำมาเปรียบเทียบกัน กาแฟพันธุ์ลูกผสมนี้ สามารถที่จะให้ผลผลิตโดยเฉลี่ยมากกว่ากาแฟพันธุ์ทั่วไป ที่ปลูกทั้งในแสงแดดและในพื้นที่ร่มถึง 40% โครงการ BREEDCAFS มุ่งหวังที่จะใช้ประโยชน์จากการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ง่ายของกาแฟพันธุ์ลูกผสมนี้ เพื่อได้มาซึ่งกาแฟที่ดีและมีคุณภาพ

กาแฟพันธุ์ลูกผสม นำสู่ผลผลิตกาแฟที่เพิ่มมากขึ้น โดยมักจะให้ผลผลิตสูงจากการเพาะปลูกกาแฟในช่วงปีที่ 2 เมื่อเทียบกับกาแฟพันธุ์ดั้งเดิม ซึ่งมักจะให้ผลผลิตที่ดีหลังจากผ่านไปประมาณ 3 ปี สิ่งนี้นับว่าช่วยในการเพิ่มกำลังการผลิต โดยใช้เวลาน้อยลง นอกจากนี้ในการวิจัยยังมีการบ่งชี้ว่า กาแฟพันธุ์ลูกผสมดังกล่าว มีความเสี่ยงน้อยกว่าต่อสภาพแวดล้อมที่ตึงเครียด และการเกิดสนิมในใบกาแฟด้วย

กาแฟลูกผสม กับคุณภาพรสชาติของกาแฟ

โดยสภาพการเติบโตที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้กาแฟอาราบิก้าดั้งเดิม ไม่สามารถที่จะดำรงชีวิต และพัฒนารสชาติได้อย่างเต็มศักยภาพ และนี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผล ที่ทำให้นักวิจัยพยายามที่จะพัฒนากาแฟพันธุ์ลูกผสม และสร้างกาแฟลูกผสมที่มียีนส์สำคัญ ช่วยให้ความยืดหยุ่นสูงมากขึ้น และมีการรับมือกับความเครียดได้ดียิ่งขึ้น และสิ่งนี้นำมาซึ่งกาแฟที่มีคุณภาพด้านรสชาติที่ดีขึ้น สามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตรได้มากยิ่งขึ้น

ศักยภาพด้านรสชาติเหล่านี้ของกาแฟพันธุ์ลูกผสม ถูกปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดมากมาย กับการนำไปแข่งขันในงานแข่งขัน ที่สำคัญอย่างเช่นงาน Cup of Excellence ที่ได้รับเสียงชื่นชม และได้รับการจับตามองมากมาย นอกเหนือจากพันธุ์กาแฟที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้วอย่างพวก Gesha

Coffee Terior

กาแฟลูกผสมในปัจจุบัน มีศักยภาพมากพอแล้วหรือไม่

การศึกษาและการวิจัย ถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำความเข้าใจการทำงานของบรรดาพันธุ์กาแฟลูกผสม ซึ่งพันธุ์กาแฟเหล่านี้ก็ยังคงเป็นพันธุ์กาแฟ ที่จำเป็นจะต้องศึกษา และทำการทดลองอีกมากมาย BREEDCAFS ได้มีการทดสอบกาแฟลูกผสมในหลายพื้นที่ ในหลากหลายประเทศ อย่างในประเทศคอสตาริกา นิการากัว แคเมอรูน หรือแม้แต่ในประเทศเวียดนาม ซึ่งได้รับความร่วมมือกับองค์กรระดับชาติและระดับท้องถิ่น เพื่อทดสอบว่าบรรดากาแฟลูกผสมเหล่านี้ มีความยั่งยืนมากมากพอหรือไม่

สิ่งที่จำเป็นต้องทดสอบ คือบรรดากาแฟลูกผสม มีลักษณะอย่างไรภายใต้สภาวะที่แตกต่างกัน ปัจจัยที่แตกต่างกันอย่างเรื่องของดิน สภาพอากาศ และปัจจัยของมนุษย์ที่แตกต่างกัน และนี่จะเป็นการทดสอบว่า กาแฟลูกผสมเหล่านี้สามารถที่จะปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้อย่างไร

ความพยายามแสดงให้เห็นว่า กาแฟลูกผสมในปัจจุบัน สามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกทดแทนกาแฟพันธุ์ดั้งเดิม แต่หากเปรียบเทียบตัวเลข อย่างน้อยในอเมริกากลาง มีฟาร์มเพียงแค่น้อยกว่า 5% ใน 20 ปีที่ผ่านมา เลือกที่จะปลูกบรรดากาแฟพันธุ์ผสมเหล่านี้ต่อ ด้วยอุปสรรคในการนำไปใช้ การเข้าถึง และยังมีอุปสรรคด้านการยอมรับจากชุมชนเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมกาแฟท้องถิ่น

อุปสรรคด้านการเข้าถึงกาแฟลูกผสม

การที่จะนำบรรดากาแฟลูกผสมไปปลูก จำเป็นที่จะต้องมีห้องทดลอง หรือแล็บเพื่อทำการวิจัย แต่การจัดจัดตั้งห้องปฏิบัติการหรือห้องแล็บ ในประเทศที่ผลิตกาแฟทุกประเทศ จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูง ซึ่งนั่นทำให้ผู้ผลิตหลายรายไม่สามารถที่จะเข้าถึงได้

นั่นทำให้ CIRAD เผยแพร่บันดาลกาแฟลูกผสม โดยไม่มีห้องปฏิบัติการ โดยการที่หน่วยงาน CIRAD ได้ทำการร่วมมือกับสถาบันวิจัย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกาแฟในแต่ละประเทศ แน่นอนว่าให้อิสระกับหน่วยงานเหล่านี้อย่างเต็มที่ สำหรับการแจก และการขยายพันธุ์กาแฟลูกผสมเหล่านี้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการที่ทำงานในห้องวิจัย หรือการทำงานในภาคสนามเองก็ตาม จุดมุ่งหมายที่สำคัญก็คือเพื่อการเพิ่มจำนวน และเพิ่มศักยภาพของบรรดากาแฟลูกผสม ลดต้นทุนการผลิตกาแฟ และจำกัดปัญหาต่างๆ อย่างปัญหาด้านการขนส่งเป็นต้น

และโดยปกติแล้ว หากเป็นเทคโนโลยีทางด้านกาแฟสมัยใหม่ ผู้ที่จะสามารถเข้าถึงได้ ก็มักจะเป็นผู้ผลิตกาแฟจากฟาร์มกาแฟขนาดกลางไปถึงขนาดใหญ่เพียงเท่านั้น โครงการนี้จัดตั้งขึ้นมา เพื่อให้แน่ใจว่า ถึงแม้จะมีทรัพยากรไม่มากอย่างผู้ผลิตกาแฟในฟาร์มขนาดกลางและขนาดใหญ่ก็ตาม ก็จะสามารถเข้าถึงบรรดากาแฟลูกผสมเหล่านี้ จะสามารถช่วยให้ผู้ผลิตขนาดย่อยหรือขนาดเล็ก สามารถที่จะลดต้นทุนการผลิตได้ และสามารถที่จะไปปรับปรุงฟาร์ม และทำให้แนวทางการเกษตรดีขึ้น

เพิ่มการยอมรับทางสังคม

และแน่นอน ว่าหากจะให้สังคมโดยรวมเกิดการยอมรับ ทั้งผู้ผลิตยอมรับกาแฟลูกผสม ไปจนถึงผู้บริโภคที่ยอมรับฟาร์มกาแฟที่นำกาแฟลูกผสมไปใช้ จำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจกันทุกฝ่าย และแน่นอนทางผู้จัดหาพันธุ์กาแฟด้วย สิ่งสำคัญคือผู้จัดหาจำเป็นจะต้องเข้าใจวิถี และการทำฟาร์มของเกษตรกรก่อน แล้วจากนั้นจึงนำแนวทางทางวิทยาศาสตร์ และการทดลองแบบควบคุม เข้าไปใช้และพัฒนากาแฟลูกผสมใหม่

เรื่องที่ต้องเรียนเรียนรู้ร่วมกันมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับฟาร์ม ขนาด เทคนิคการทำฟาร์มของเกษตรกร การเข้าถึงทรัพยากรด้านต่างๆ ของเกษตรกร หรือเรื่องของระบบนิเวศโดยรอบเป็นต้น เหล่านี้สามารถช่วยให้ระบุข้อจำกัดของผู้ผลิตได้ อีกนัยหนึ่ง สามารถทำให้ผู้จัดหาเมล็ดพันธุ์ทำความรู้จักกับเกษตรกรได้ด้วย

USDA-762-1

ส่วนการยอมรับของผู้บริโภค ในส่วนนี้คาดว่าไม่ใช่ส่วนที่ยากอะไรมากมายนัก เนื่องจากผู้บริโภคในปัจจุบัน ค่อนข้างที่จะเปิดกว้างในด้านของการบริโภคกาแฟอยู่แล้ว เมื่อสังคมโดยรวมเป็นไปในทางบวก เชื่อว่าไม่นาน ก็จะสามารถทำให้บรรดากาแฟลูกผสมนี้ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง และส่วนสำคัญในร้านกาแฟอย่างแน่นอน

อนาคตของกาแฟลูกผสมในอุตสาหกรรมกาแฟ

ในส่วนนี้เราสามารถชี้ให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า กาแฟลูกผสมนั้น จะเป็นพันธุ์กาแฟ ที่กลายมาเป็นหนึ่งวิธีแก้ปัญหากาแฟในอนาคต สามารถที่จะช่วยฟื้นฟูการผลิตกาแฟทั่วโลกที่มีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ในอนาคตจะมีความท้าทายมากขึ้นเรื่อยๆ ในบางพื้นที่เริ่มจะนำกาแฟลูกผสมไปใช้งาน อย่างในบางส่วนของประเทศแคเมอรูน สามารถที่จะเพิ่มการผลิตกาแฟ และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรได้ด้วย

และไม่ใช่แค่ผู้ผลิตกาแฟเท่านั้น ที่จะได้ประโยชน์จากการนำกาแฟลูกผสมไปปลูก แต่ผู้บริโภคกาแฟก็จะได้ประโยชน์ด้วยเช่นเดียวกัน เนื่องด้วยกาแฟลูกผสมจะมามาพร้อมกับคุณภาพ ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยศักยภาพอย่างเต็มที่ ดังนั้นผู้บริโภคไม่ต้องกลัวเลย ถึงแม้ว่าจะเป็นกาแฟลูกผสมก็ตาม แต่สิ่งที่ได้ก็ยังยอดเยี่ยมอย่างไม่น่าเชื่อ