เกษตรกาแฟใน ประเทศกำลังพัฒนา ปัจจัยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุปสรรคที่เกิดขึ้น

การเกษตรกาแฟนั้น เป็นหนึ่งในจุดขับเคลื่อนเศรษฐกิจใน ประเทศกำลังพัฒนา หลายประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงครอบครัวกว่าหลายล้านครอบครัว และนับได้ว่าเป็นส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจระดับชาติ ประเทศดังกล่าวเหล่านี้ มักจะเป็นประเทศที่มีผู้ปลูกกาแฟเป็นเกษตรกรรายย่อย ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศในหลากหลายพื้นที่ด้วยกัน

ในบทความนี้เราจะพาคุณไปสำรวจระบบเศรษฐกิจกาแฟ และการเพาะปลูกกาแฟในภูมิภาคของ ประเทศกำลังพัฒนา และพาไปสำรวจโอกาสที่เกษตรกาแฟจะมีการเติบโตและเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้น รวมถึงความท้าทายอื่น ที่เกษตรกรรายย่อยเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องเผชิญ และจัดการสิ่งที่จะเกิดขึ้นเหล่านี้ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคตข้างหน้า

Castillo Coffee

ประโยชน์ของการทำการเกษตรกาแฟ

การทำการเกษตรกาแฟนั้นมีประโยชน์มากมายหลากหลาย ไม่ว่าจะในระดับครัวเรือน ซึ่งทำให้เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟมีกิน และนำเงินที่ได้ไปต่อยอด ไปจนถึงการเป็นเศรษฐกิจในระดับชาติหรือระดับประเทศประเทศเลย โดยประโยชน์ของการทำเกษตรกาแฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่กำลังพัฒนานั้นมีอยู่มากมายดังนี้

สามารถสร้างงานให้กับผู้คน

การทำการเกษตรกาแฟ นับว่าเป็นหนึ่งในแรงงานที่สำคัญในพื้นที่ชุมชนบางพื้นที่ อย่างพื้นที่ชนบทของประเทศกำลังพัฒนาได้ การเกษตรกาแฟสามารถที่จะให้โอกาสในการทำงานให้กับกลุ่มคนที่มีความหลากหลาย แต่เกษตรกรรายเล็ก ไปจนถึงคนงานที่ทำงานอยู่ในฟาร์ม และผู้ส่งออกได้ด้วย

โดยโดยลักษณะการทำงานในฟาร์มกาแฟนั้น อาจจะอยู่ด้วยกันมากมายหลากหลาย อย่างงานที่จำเป็นจะต้องใช้แรงงานมาก ทำให้เกิดงานได้ทั่วทั้งระบบ สิ่งนี้นอกจากสร้างงานให้กับผู้คนในรายบุคคลแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย

สร้างรายได้จากการส่งออก

การส่งออกกาแฟ ในที่นี้หมายถึงเมล็ดกาแฟ ที่ไม่ว่าจะเป็นสารกาแฟ หรือกาแฟที่ทำการคั่วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นับว่าเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญในบางประเทศกำลังพัฒนาเลยก็ว่าได้ และหากมองในภาพใหญ่ มันเป็นส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ระดับชาติ

โดยเงินรายได้ที่ได้มาจากการส่งออกกาแฟเหล่านี้ สามารถนำไปใช้ในโครงการหรือการปรับปรุงสำคัญได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การปรับปรุงสวัสดิการสังคม ไปจนถึงการเสริมสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจ และลดความเหลื่อมล้ำ กับความยากจนในบางพื้นที่ได้ด้วยเช่นเดียวกัน

การเข้าถึงตลาดและโอกาสการค้า

การที่สามารถเข้าถึงตลาดกาแฟระหว่างประเทศได้ สิ่งนี้ทำให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถเข้าถึงเครือข่ายการค้ากาแฟระหว่างประเทศ และเข้าถึงตลาดผู้บริโภคสากลได้ วิธีการในการเข้าถึงก็มีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการผ่านการตลาดสำรวจ การทำแบรนด์เป็นของตัวเอง รวมถึงการปรับปรุงคุณภาพของกาแฟ พืชผล และประสิทธิภาพของฟาร์มด้วย

ประเทศผู้ผลิตกาแฟสามารถที่จะขยายชื่อเสียงของกาแฟของตนเองในตลาดได้ สามารถที่จะดึงดูดราคาพิเศษ สำหรับผลผลิตกาแฟที่ยอดเยี่ยม รวมถึงกาแฟพิเศษด้วย และการเพิ่มความเชื่อมั่นในการแข่งขันบนเวทีโลก สิ่งเหล่านี้ก็จะจะยิ่งเพิ่มโอกาสโอกาสทางเศรษฐกิจและทางธุรกิจ ทำให้อุตสาหกรรมกาแฟภายในประเทศโดยรวมมีความเจริญรุ่งเรืองได้มากยิ่งขึ้น

การพัฒนาชุมชนและชนบท

การเกษตรกาแฟในประเทศที่กำลังพัฒนานั้น มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการพัฒนาชนบทและชุมชน นอกจากจะสร้างสร้างรายได้ให้กับผู้คนในท้องถิ่น หรือเกษตรกรในท้องถิ่นแล้ว มันยังเป็นการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้คนอีกด้วย นอกจากนี้ ในทุกประเทศมีมูลนิธิหรือองค์กรการเกษตรและสหกรณ์ ที่จะทำการเพิ่มมูลค่า ส่งเสริมการเกษตร และส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวด้านการเกษตร

สิ่งนี้นำมาซึ่งทำให้ชุมชน โดยเฉพาะชนบทมีแหล่งรายได้ใหม่ หรือแหล่งรายได้ที่เพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากการทำการเกษตรนั่นเอง ดังนั้นเราจึงอาจกล่าวได้ว่า การเกษตรกาแฟในหลายประเทศ สามารถช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางธุรกิจและสังคมได้

อุปสรรคสำหรับการทำการเกษตร

แน่นอนว่าถึงจะมีข้อดีอยู่ด้วยกันมากมาย แต่ในอุตสาหกรรมกาแฟก็ย่อมมีอุปสรรคเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน ซึ่งอุปสรรคบางอย่างเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพียงภายในประเทศกำลังพัฒนาเท่านั้น แม้แต่ประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศก็ยังอาจเกิดปัญหาดังกล่าวนี้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยปัญหาหรืออุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นการผลิตกาแฟได้แก่

Coffee Field Natural

ความไม่แน่นอนของราคาและไม่แน่นอนของตลาด

อย่างที่เรารู้กัน ว่าราคากาแฟมีความผันผวนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่มีปัญหารุมเร้ามากมาย โดยมีปัจจัยมากมายที่ทำให้ราคากาแฟผันผวนยกตัวอย่างเช่น สภาพสภาพอากาศ นโยบายบางอย่างจากทางภาครัฐ สงคราม ความไม่แน่นอนทางด้านการเมือง และภาวการณ์สำรองของตลาด

ความผันผวนทางด้านราคาเหล่านี้ ทำให้ความมั่นคงทางการเงินของเกษตรกรกาแฟลดลงอย่างแน่นอน ซึ่งทำให้เกษตรกรมีความยากลำบาก ในการวางแผนสิ่งต่างๆ และในเรื่องของการลงทุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาวของธุรกิจตนเอง อาจเกิดการสะดุดหรือติดขัดได้ นั่นนำมาซึ่งการติดขัดทางด้านเศรษฐกิจและทางด้านชุมชนด้วย

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่รุนแรงมากในปัจจุบัน และมันจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นในอนาคต ก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นเดียวกันที่ทำให้การทำการเกษตรกาแฟในประเทศกำลังพัฒนาหยุดชะงัก การที่มีอุณหภูมิที่เพิ่มสูงมากยิ่งขึ้น การเกิดภาวะเรือนกระจก การเกิดการระบาดของศัตรูและโรคในกาแฟ เหล่านี้แล้วล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อผลผลิต และคุณภาพของพืชผลด้วยกันทั้งนั้น

ฟาร์มกาแฟจากเกษตรกรขนาดเล็ก หรือเกษตรกรรายย่อย หากมีการเข้าถึงเทคโนโลยีบางส่วนที่รับมือกับสิ่งเหล่านี้ก็แล้วไป แต่แน่นอนว่า มันคงจะเป็นเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้น เกษตรกรหลายรายไม่สามารถที่จะเข้าถึงเทคโนโลยี ซึ่งเป็นตัวช่วยในการปรับตัวกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และทรัพยากรที่น้อยลงเหล่านี้ได้ ดังนั้นเกษตรกรเหล่านี้จึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับความท้าทาย และจะต้องรับไปเต็มๆ กับผลกระทบที่แย่ของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีความแน่นอนเอาเสียเลย และจะมีอัตราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีแนวโน้มว่าจะลดลงเลย

การเข้าถึงที่จำกัดเงินทุนและทรัพยากร

ผู้ผลิตและเกษตรกรหลายรายในประเทศกำลังพัฒนา จำเป็นจะต้องเผชิญกับอีกหนึ่งอุปสรรคที่สำคัญ นั่นก็คืออุปสรรคในการเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็น ยกตัวอย่างเช่นเงินกู้หรือเงินลงทุนในการทำการเกษตร วัสดุวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำการเกษตร หรือบริการส่วนขยายด้านการเกษตรอื่นอีกมากมาย การที่ไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากร รวมถึงการเงินที่จำกัดเหล่านี้ มันไปจำกัดการลงทุนในเทคโนโลยีทางการเกษตรสมัยใหม่ และไม่สามารถทำให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยี ที่จะมาต่อกรกับปัญหามากมายไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม หรือปัญหาด้านสุขภาพของพืช

สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหา และเป็นอุปสรรคที่ท้าทายมาก ต่อการเจริญเติบโตของพืชผลและผลผลิต สิ่งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความไม่เท่าเทียมกันทางด้านการเงิน และทางด้านโอกาสของเกษตรกรในหลายประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาที่จำเป็นจะต้องเร่งแก้แก้ซึ่งเกิดขึ้นทั่วโลก

การเข้าถึงตลาดและอุปสรรคเกี่ยวกับการค้าที่ไม่เป็นธรรม

ถึงแม้ว่าการส่งออกสินค้ากาแฟ ในบางประเทศกำลังพัฒนาการส่งออกหลักก็ตาม ถึงแม้ว่าหลายประเทศกำลังพัฒนาจะมีส่วนร่วมในการผลิตกาแฟทั่วโลก แต่เกษตรกรในประเทศเหล่านี้ ก็ยังยังคงพบเจอกับอุปสรรคในการเข้าถึงตลาดนานาชาติ รวมถึงอีกหลายหลายปัญหาไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านภาษี โควตาการค้า และมาตรฐานคุณภาพของกาแฟที่มีความเข้มงวดสูง

พวกเขายังเจอกับอุปสรรคทางด้านการค้าที่ไม่เป็นธรรมอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น การเลือกซื้อในประเทศที่ไม่มีความเท่าเทียม และพฤติกรรมบางอย่างของผู้ค้าบางราย ที่สร้างความไม่เสมอภาคในการซื้อกาแฟระหว่างประเทศ เมื่อเกษตรกรต้องเผชิญกับกระบวนการค้าที่ไม่เป็นธรรมเหล่านี้ แน่นอนว่าการทำการเกษตรก็จะเป็นไปอย่างยากลำบาก ในหลายพื้นที่ต้องหยุดชะงัก บวกกับไม่สามารถที่จะลงทุนในเทคโนโลยีที่จะมาต่อกรกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมมากมาย ซึ่งนี่จะเป็นปัญหาใหญ่ตามมาในอนาคตเป็นอย่างมาก

Coffee Cherries in Alajuela region Costa Rica

โดยสรุปแล้ว การเกษตรกาแฟในประเทศกำลังพัฒนานั้น เป็นหนึ่งในโอกาสก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของหลายประเทศเลยก็ว่าได้ แต่ก็ยังคงมีอุปสรรคมากมายที่ต้องได้รับการแก้ไข เพื่อที่จะปลดล็อคศักยภาพอย่างเต็มที่ของผู้ผลิตกาแฟกาแฟได้ เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการทำการเกษตรกาแฟในประเทศเหล่านี้ สามารถนำไปสู่การสร้างงาน และสร้างรายได้จากการส่งออก มันจะนำมาสู่การพัฒนาชุมชน

ในขณะเดียวกัน สิ่งที่ต้องจัดการหรือปัญหาที่เกิดขึ้นก็มีอยู่ด้วยกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความผันผวนของราคา การต้องปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศแบบสุดขั้ว และอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงตลาดได้ แต่บางครั้งปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถแก้ได้ด้วยตัวเกษตรกร จำเป็นต้องแก้ไขในภาพรวมหรือภาพใหญ่ ทั้งผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย และสังคมระดับโลกจำเป็นที่จะต้องให้การสนับสนุนกับกิจกรรมทางด้านการเกษตรอย่างระมัดระวัง จำเป็นต้องมีการแก้ไขที่มีเป้าหมายชัดเจน ความร่วมมือ และมีการให้ความช่วยเหลือด้านการลงทุนในเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน และมีความพยายามอย่างชัดเจนในการส่งเสริมการค้าที่เป็นธรรม

เมื่อมีสิ่งเหล่านี้จะทำให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถใช้ประโยชน์จากการเกษตรกาแฟ ขับเคลื่อนความเจริญทางด้านธุรกิจและเศรษฐกิจ ซึ่งมันนำมาซึ่งการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ผู้คนภายในประเทศ รวมถึงผู้บริโภคทั่วโลกด้วย