กาแฟกัวเตมาลา อัญมณีแห่งอเมริกากลาง

กาแฟกัวเตมาลา ถือเป็นหนึ่งในกาแฟสุดคลาสสิก ที่ผู้บริโภคทั่วโลกรู้จัก และกาแฟก็เป็นที่ชื่นชอบของผู้คน เราจะจะเห็นกาแฟกัวเตมาลา มากมายในร้านกาแฟ หรือในโรงคั่วกาแฟที่มีการนำเข้ากาแฟจากต่างประเทศมาขาย ทุกครั้งที่เราดื่มกาแฟกัวเตมาลา เราจะเห็นถึงความแตกต่าง ถึงแม้ว่าจะเป็นกาแฟกัวเตมาลเหมือนกัน แต่รสชาติของกาแฟกลับแตกต่างกันออกไปอย่างไม่น่าเชื่อ

และวันนี้เองเราจะพาคุณมาสำรวจเรื่องของ กาแฟกัวเตมาลา กาแฟจากประเทศกัวเตมาลา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกกาแฟชั้นยอดในทวีปอเมริกากลาง พาไปสำรวจตั้งแต่ประเทศต้นทาง วิธีการในการผลิตและการแปรรูปกาแฟ รสชาติของกาแฟที่ได้ รวมถึงกาแฟของแต่ละภูมิภาคในกัวเตมาลาด้วย

Coffee Farming

กัวเตมาลา แหล่งปลูกกาแฟแห่งอเมริกากลาง

ประเทศกัวเตมาลา ถือเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในฐานะประเทศที่ปลูกกาแฟ หากเป็นในสหรัฐอเมริกาและในยุโรป กาแฟกัวเตมาลา ถือเป็นกาแฟที่เป็นที่คุ้นเคยของผู้คน เนื่องจากเป็นประเทศที่มีชายแดนติดกับสหรัฐอเมริกานั่นเอง ด้วยความโดดเด่นของรสชาติกาแฟที่มีความสะอาด บอดี้ที่ดี ระดับความเป็นกรดในกาแฟที่แตกต่างกันออกไป และยิ่งกาแฟปลูกในพื้นที่สูงมากขึ้น รสชาติที่ได้ก็ยิ่งมีความน่าสนใจมากขึ้น

หากจะนับย้อนไปอุตสาหกรรมกาแฟของประเทศกัวเตมาลา ได้มีการผลิตกาแฟมาเป็นระยะเวลามากกว่า 30 ปีแล้ว จากข้อมูลของ Anacafé (สมาคมกาแฟแห่งชาติของกัวเตมาลา) บันทึกข้อมูลการเก็บเกี่ยวกาแฟ ย้อนกลับไปในปี 2016 สามารถที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตกาแฟได้มากถึง 3.8 ล้านกระสอบ และถือเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดอันดับสองในทวีปอเมริกากลาง

ประเทศนี้เป็นประเทศเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่างประเทศเม็กซิโก เอลซัลวาดอร์ ฮอนดูรัส และเบลีซ แต่ถึงอย่างนั้นก็กาแฟให้เลือกบริโภคมากมาย มีภูมิภูมิภาคสำหรับปลูกกาแฟที่แตกต่างกันมากถึง 8 ภูมิภาค ไม่เพียงแค่นั้น หากเราลองมองลึกลงไปอีก เราจะพบกับสภาพอากาศที่มีความแตกต่างกันมากกว่า 300 แหล่ง ปริมาณน้ำฝนที่ตกแต่งแตกต่างกันตั้งแต่ 800 ถึง 5000 มิลลิเมตรต่อปี ซึ่งทุกพื้นที่ในประเทศ ค่อนข้างที่จะได้รับปริมาณน้ำฝนอย่างชัดเจนทั้งปีและทุกปี

อุตสาหกรรมกาแฟโดยรวมภายในประเทศ ได้มีการรวบรวมข้อมูลจากสหกรณ์กาแฟ 95% ในประเทศ พบว่ามีผู้ผลิตกาแฟในประเทศกัวเตมาลา อยู่ถึงมากกว่า 125,000 ราย กระจายตัวกันอยู่มากกว่า 20 พื้นที่ โดยมีพื้นที่การปลูกกาแฟรวมกันอยู่ที่ประมาณ 305,000 เฮกตาร์

เรื่องของระดับความสูงสำหรับการปลูกกาแฟ ฟาร์มกาแฟส่วนใหญ่มีพื้นที่อยู่ระหว่าง 1300 ถึง 2000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล 86% ของกาแฟ เป็นกาแฟที่มีความหนาแน่นอยู่ในระดับ Strictly Hard Bean (SHB) ซึ่งมีความสัมพันธ์กับพื้นที่ปลูกที่ค่อนข้างมีระดับความสูง และมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็น ระดับความหนาแน่นดังกล่าวนี้หมายความว่ากาแฟค่อนข้างมีความหนาแน่นสูง และตัวกาแฟอื่นก็มีคุณภาพดีด้วย

นอกจากนี้ภายในประเทศ ยังมีภูเขาไฟมากถึง 34 ลูก ภูมิประเทศมีการขนานกันกับมหาสมุทรแปซิฟิก และประเทศก็อยู่ในแนวของ Coffee Belt นั่นทำให้การปลูกกาแฟภายในประเทศ ต้นกาแฟได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ ดินก็มีความอุดมสมบูรณ์สูง เนื่องจากเป็นดินภูเขาไฟนั่นเอง

การผลิตกาแฟในกัวเตมาลา

ก็เช่นเดียวกันกับประเทศอื่นๆ ในแถบอเมริกากลาง ขนาดของฟาร์มกาแฟโดยเฉลี่ยค่อนข้างที่จะเล็ก และมีการเก็บเกี่ยวผลผลิตโดยการคัดมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่เกษตรกรที่ผลิตกาแฟระดับพิเศษ

กาแฟที่ปลูกภายในประเทศกัวเตมาลา ปริมาณกว่า 98% มีการปลูกกาแฟในที่ร่ม โดยการปลูกกาแฟในที่ร่มนี้ ค่อนข้างที่จะมีประโยชน์มาก แต่ในเรื่องของความหลากหลายทางชีวภาพ ที่จะมีมากในไร่กาแฟ นั่นส่งผลให้ต้นกาแฟมีสุขภาพที่ดีมากขึ้น ตลอดไปจนถึงเชอรี่กาแฟจะมีอัตราการสุกที่ช้าลง ซึ่งอาจจะนำไปสู่การที่เมล็ดกาแฟมีความหนาแน่นมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่ารสชาติก็จะซับซ้อนขึ้นตามไปด้วย

ระยะเวลาของการเก็บเกี่ยวกาแฟ จะเริ่มตั้งแต่ประมาณเดือนธันวาคม จนถึงเดือนมีนาคม/เมษายน ทั้งนี้ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวที่แตกต่างกันออกไป ก็ขึ้นความแตกต่างของภูมิภาคนั่นเอง

พันธุ์กาแฟที่มักจะนำไปใช้ในกัวเตมาลา

ข้อดีของกาแฟกัวเตมาลา ค่อนข้างมีความทนต่อสนิมในใบ โดยมีการนำพันธุ์กาแฟ ที่มีการต้านสนิมในใบนี้ไปปลูกภายในประเทศมากถึง 20% ซึ่งพันธุ์กาแฟที่มีความต้านทานต่อโรคนี้ ที่ถูกนำมาใช้เช่น Sarchimor และ Catimor ซึ่งพันธุ์กาแฟเหล่านี้เป็นพันธุ์กาแฟที่มีโอกาสน้อยที่จะติดโรคดังกล่าว แน่นอนว่าสนิมในใบ เป็นโรคที่ทำลายล้างพืชผลทางการเกษตรในอเมริกากลาง ในช่วงปี 2012 ความเสียหายในตอนนั้นมีมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะเวลาเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น

ในประเทศนั้น มีการใช้พันธุ์กาแฟดั้งเดิม ที่มีการใช้งานหรือนำไปปลูกกันอยู่แล้ว รวมถึงมีการใช้งานกาแฟพันธุ์ใหม่ๆ ถูกนำไปใช้ในประเทศด้วย โดยพันธุ์กาแฟที่ถูกนำไปใช้ได้แก่

  • พันธุ์กาแฟที่ปลูกในกัวเตมาลาอยู่ก่อนแล้ว: Bourbon, Caturra, Catuai, Pache และTypica
  • พันธุ์กาแฟที่นำไปปลูกในกัวเตมาลาใหม่: Geisha, Pacamara, Maragogype และMaracaturra

ถึงแม้ว่าในพื้นที่ของประเทศ ด้วยเงื่อนไขมากมาย ทำให้ค่อนข้างที่จะมีความเหมาะสมในการปลูกอาราบิกกาชั้นเยี่ยม แต่ถึงอย่างนั้นอาราบิกา ก็ยังคงความไวต่อโรคต่างๆ และบรรดาศัตรูพืช ดังนั้นการปลูกก็ยังคงมีความท้าทาย สำหรับบนพื้นพื้นที่ตีนเขา หลายแหล่งในประเทศ เกษตรกรจึงอาจมีการเลือกใช้โรบัสต้า นำมาปลูกทดแทนอยู่บ้าง ซึ่งโรบัสต้าคุณภาพสูง ก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจเช่นเดียวกันในกัวเตมาลา

การแปรรูปกาแฟในกัวเตมาลา

กาแฟจากกัวเตมาลานั้น เกือบทั้งหมด ซึ่งเป็นตัวเลขมากกว่า 98% เป็นกาแฟที่แปรรูปด้วยวิธีการแบบ washed กลับกันแล้วอีกสองวิธีการยอดนิยมอย่าง honey และ natural ค่อนข้างที่จะหาได้ยากในประเทศ แต่ก็ยังคงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน ในภูมิภาคส่วนใหญ่แล้วมักจะเลือกใช้วิธีการแบบดั้งเดิมในการจัดการกับกาแฟ ในบางภูมิภาคของกัวเตมาลา ค่อนข้างที่จะมีระดับความชื้นในอากาศที่สูง ดังนั้นในบางพื้นที่อย่าง Highland Huehue, New Oriente และ Volcanic San Marcos จึงมีการนำกาแฟไปตากแดดช่วย เพื่อทำให้กาแฟแห้งเร็วมากยิ่งขึ้น และเพื่อป้องกันกลไกการหมักที่อาจเกิดขึ้นได้

Laurina Variety

ภูมิภาคการปลูกกาแฟในกัวเตมาลา

กาแฟของประเทศกัวเตมาลา ถือว่าเป็นกาแฟที่มีรสชาติยอดเยี่ยม มีบาลานซ์ที่ดี มีความคลีนที่สูง และระดับความเป็นกรดมีอยู่บ้าง และนี่เป็นรายละเอียดพื้นฐานและเรื่องพื้นฐาน ที่ถือว่ากาแฟพิเศษทั่วไปมี ภูมิภาคที่มีอยู่ด้วยกันมากมายของประเทศนี้ สามารถที่จะให้กาแฟที่มีรสชาติแตกต่างกัน ซึ่งแต่ละแหล่งนั้นค่อนข้างมีความน่าสนใจเป็นของตนเองสูง และเหล่านี้คือภูมิภาคปลูกกาแฟต่างๆ ของประเทศกัวเตมาลา

หุบเขา Acatenango

หุบเขา Acatenango เป็นหุบเขาที่ตั้งอยู่บริเวณทางตอนใต้ของประเทศ กาแฟที่ถูกปลูกจากที่นี่มักจะมีชื่อเสียงในเรื่องของกลิ่นหอม กาแฟมีบาลานซ์ที่ยอดเยี่ยม ภูมิภาคแห่งนี้มีการปลูกกาแฟภายใต้ร่มเงา และมีการปลูกกันอย่างหนาแน่น มีพื้นที่ตั้งแต่ 1300 ถึง 2000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ได้รับประโยชน์จากดินภูเขาไฟอย่างเต็มที่ ซึ่งดินเหล่านี้ก็อุดมไปด้วยแร่ธาตุ และได้รับปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1800 ถึง 2000 มิลลิเมตรต่อปี การเก็บเกี่ยวกาแฟของที่นี่จะเริ่มตั้งแต่ประมาณเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม

Antigua

Antigua ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งปลูกกาแฟที่มีชื่อเสียงของประเทศกัวเตมาลา Antigua กาแฟจากที่นี่ จะขึ้นชื่อในเรื่องของกาแฟรสหอมหวาน อีกทั้งยังมาพร้อมกับบาลานซ์ที่ดี เนื่องจากล้อมรอบไปด้วยภูเขาไฟถึง 3 ลูก ได้แก่ภูเขาไฟ Fuego, Agua และ Acatenango นั่นทำให้ดินของที่นี่มีความอุดมสมบูรณ์สูง เต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ มีการกักเก็บความชื้นได้ดี ซึ่งสิ่งนี้ช่วยในการชดเชยปริมาณน้ำฝนที่มีของที่นี่ซึ่งค่อนข้างต่ำ อยู่ที่ประมาณ 800 ถึง 1200 มิลลิเมตรต่อปีเพียงเท่านั้น โดยทั่วไปแล้วฟาร์มมักจะตั้งอยู่บนพื้นที่ระหว่าง 1500 ถึง 1700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล การเก็บเกี่ยวจะเริ่มตั้งแต่ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมเท่านั้น

Atitlán

กาแฟจากที่นี่จะขึ้นชื่อในเรื่องของรสชาติที่มีความเข้มข้นสูง กาแฟมีกลิ่นหอม มีกลิ่นของซิตรัส และมีความเป็นกรด พื้นที่นี้จะเป็นภูเขาที่มีการล้อมรอบด้วยทะเลสาบ Atitlán ระดับความสูงอยู่ระหว่าง 1500 ถึง 2000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เนื่องด้วยล้อมรอบด้วยทะเลสาบจึงทำให้เกิดลมเย็น และมีดินที่ค่อนข้างชื้น ในขณะเดียวกันมีปริมาณน้ำฝนต่อปีอยู่ที่ประมาณ 1600 ถึง 2000 มิลลิเมตร การเก็บเกี่ยวตั้งแต่เดือนธันวาธันวาคมถึงเดือนมีนาคม

ป่าฝน Cobán

ป่าฝน Cobán เป็นหนึ่งในภูมิภาคทางตอนเหนือของกัวเตมาลา ที่จะขยับมาตรงกลางเล็กน้อย พื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ที่มีฝนตกหนัก ด้วยปริมาณน้ำฝนอยู่ที่ 3000 ถึง 4000 มิลลิเมตรทุกปี ดังนั้นการที่จะทำให้กาแฟแห้งถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างมีความท้าทาย ดังนั้นผู้ผลิตหลายรายจากที่นี่จึงเลือกที่จะใช้เครื่องอบแทนการตาก กาแฟถูกปลูกบนพื้นที่สูง 1300 ถึง 1500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โดยทั่วไปแล้วกาแฟจากที่นี่จะมีกลิ่นของผลไม้ที่สดชื่น มีบอดี้ และยังมีกลิ่นกลิ่นหอมที่น่าพึงประสงค์ ฤดูเก็บเกี่ยวคือตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม

ที่ราบสูง Fraijanes

กาแฟจากบนพื้นที่ราบสูง Fraijanes ขึ้นชื่อในเรื่องของความเป็นกรด และตัวกาแฟเองมีความสว่าง ถึงอย่างนั้นก็มีรสชาติของการเป็นกาแฟที่ชัดเจน ด้วยภูเขาไฟ Pacaya ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ของกัวเตมาลา ทำให้ดินที่นี่เป็นดินที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุ ภูมิภาคนี้มีฝนตกอยู่ที่ประมาณ 1200 ถึง 1800 มิลลิเมตรต่อปี กาแฟเติบโตได้บนพื้นที่ 1400 ถึง 1800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โดยมีช่วงเก็บเกี่ยวตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์

Highland Huehue

Highland Huehue หรืออีกหนึ่งภูมิภาคที่รู้จักกันในชื่อ Huehuetenango ภูมิภาคแห่งนี้ผลิตกาแฟที่มีความเป็นกรดสูง มีบอดี้เต็มที่ กาแฟมีกลิ่นของไวน์ ภูมิภาคนี้ตั้งอยู่ติดกับประเทศเม็กซิโก ยังถือเป็นภูมิภาคปลูกกาแฟแห่งใหม่ ซึ่งมีผู้ผลิตกาแฟรายย่อยจำนวนมาก กาแฟเติบโตอยู่บนพื้นที่ระหว่าง 1500 ถึง 2000 เมตรหนึ่งระดับน้ำทะเล มีปริมาณน้ำฝนต่อปีอยู่ที่ 1200 ถึง 1600 มิลลิเมตร ด้วยการกระจายตัวของฝนตก ที่เป็นไปอย่างคงที่ตลอดทั้งปี ส่งผลให้กาแฟที่นี่มีอัตราการเติบโตที่ดี การเก็บเกี่ยวของที่นี่จะค่อนข้างช้ากว่าที่อื่นเล็กน้อย คืออยู่ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเมษายน

New Oriente

กาแฟจากภูมิภาค New Oriente มักจะมีบาลานซ์ที่ดี บอดี้ที่มาก โดยมากมักจะมีรสชาติและกลิ่นของช็อกโกแลต พื้นที่บริเวณนี้ตั้งอยู่ติดกับประเทศฮอนดูรัสและเอลซัลวาดอร์ สภาพอากาศในท้องถิ่นนั้นค่อนข้างจะได้รับอิทธิพลจากมหาสมุทรแอตแลนติก บริเวณนี้เป็นพื้นที่ภูเขาไฟที่มีเมฆเยอะ มีอัตราการกระจายตัวของฝนพอสมควร มีฝนตกอยู่ที่ 1600 ถึง 2000 มิลลิเมตรต่อปี กาแฟปลูกบนพื้นที่ 1300 ถึง 1700 เมตรเหลือระดับน้ำทะเลมีการเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม

ภูเขาไฟ San Marcos

ภูมิภาคแห่งนี้ ให้กาแฟที่มีรสชาติและกลิ่นของดอกไม้ กาแฟมีความละเอียดอ่อนและมีความเป็นกรดที่เด่นชัด เป็นพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำฝนสูงสุดจากทั้งประเทศ คืออยู่ระหว่าง 3000 ถึง 5000 มิลลิเมตรต่อปี จะมีฝนตกค่อนข้างเร็วกว่าพื้นที่อื่นภายในประเทศ ทำให้เก็บเกี่ยวกาแฟได้เร็ว กาแฟปลูกบนพื้นที่ 1300 ถึง 1800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

Kenya Coffee Beans

จากทั้งหมดเราจะเห็นได้ว่า กาแฟจากประเทศกัวเตมาลา ค่อนข้างเป็นกาแฟที่มีความหลากหลายในด้านของรสชาติของแต่ละภูมิภาค กาแฟจากที่นี่น่าสนใจ และถือเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคมานานกว่าหลายทศวรรษแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องของพื้นที่เท่านั้น การนำพันธุ์กาแฟมาใช้ ยังมีความแตกต่างกันออกไปและมีความน่าสนใจด้วย ถึงแม้ว่ากาแฟส่วนใหญ่จากที่นี่จะมีการแปรรูปแบบเดียวกันแทบจะทั้งหมด แต่เราก็ยังได้เห็นวิธีการแปรรูปแบบอื่นอีกมากมาย และกำลังเพิ่มมากขึ้นไปอีก ดังนั้นจึงน่าแปลกใจเลยที่ กาแฟกัวเตมาลา ถือเป็นหนึ่งในกาแฟที่หลายคนเลือกในร้านร้านกาแฟพิเศษ