ทำความรู้จัก กาแฟบราซิล

ประเทศบราซิล เรียกได้ว่าครองอุตสาหกรรมกาแฟ กาแฟ 1 ใน 3 ของโลกที่เราดื่มกัน เป็นกาแฟที่ได้จากบราซิล เพียงแค่ในรัฐ Minas Gerais รัฐเดียว สามารถที่จะผลิตกาแฟมากกว่าประเทศอื่น ๆ ในโลกเสียด้วยซ้ำ นอกจากเป็นประเทศที่ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว ยังเป็นประเทศที่บริโภคกาแฟมากที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน

ดังนั้น เรื่องของความหลากหลายในพันธุ์ กาแฟบราซิล จึงค่อนข้างมีอยู่สูง กาแฟที่ปลูกอยู่ที่นี่มีทั้งกาแฟพันธุ์ยอดนิยม ไปจนถึงกาแฟพันธุ์หายากที่ไม่ค่อยหาปลูกได้ในที่อื่น อีกทั้งประเทศบราซิลยังได้มีการวิจัยเกี่ยวกับพันธุ์กาแฟ ซึ่งการวิจัยเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาพันธุ์กาแฟในประเทศอื่น ๆ ด้วย

กาแฟพันธุ์ที่เราน่าจะเคยได้ยินชื่ออย่าง Mundo Novo ที่เป็นกาแฟที่ให้ผลผลิตสูง หรืออาจเป็นกาแฟ Pacamara ที่มีรสชาติหอมหวานอร่อย เหล่านี้ล้วนถือกำเนิดในประเทศบราซิลทั้งนั้น นอกจากนี้ ประเทศบราซิลยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาพันธุ์ กาแฟบราซิล ต่าง ๆ มากมาย และวันนี้เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องของ พันธุ์กาแฟในบราซิล สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และพันธุ์กาแฟยอดนิยมในประเทศอันยิ่งใหญ่นี้มีอะไรบ้าง วันนี้เราจะมาคุยกัน

Mundo Novo Coffee

เหตุใด เรื่องของพันธุ์กาแฟจึงสำคัญ

ในประเทศบราซิลนั้น มีพันธุ์กาแฟอยู่มากมายหลากหลาย พันธุ์กาแฟที่มีอยู่มากมายหลากหลายนี้มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมกาแฟในบราซิลเป็นอย่างมาก และในหลาย ๆ มิติด้วย

พันธุ์กาแฟมีความสำคัญด้วยเหตุผลหลากหลายประการ ในฐานะผู้บริโภคนั้น กาแฟพันธุ์ต่าง ๆ ที่มีความแตกต่างกันมากมายหลากหลายเหล่านี้ แน่นอนว่ามีรสชาติที่แตกต่างกัน ความแตกต่างของพันธุ์กาแฟนี้ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยหลากหลายด้วย ทั้งแหล่งปลูก การคั่ว หรือเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย (แต่เพียงแค่เรื่องพันธุ์กาแฟเราก็หากินกันไม่ไหวแล้ว) ความแตกต่างเหล่านี้มีความน่าสนใจ และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละพันธุ์ ยกตัวอย่างเช่น หากเราอยากได้กาแฟที่มีรสชาติคล้ายกับชา หรือมีกลิ่นดอกไม้ที่หอมหวาน ลองเลือกเป็นกาแฟ Geisha หรือหากอยากได้กาแฟที่มีความเป็นกรดสูง อาจลองมองหากาแฟพันธุ์ Catuai ที่ประเทศบราซิลได้มีการพัฒนาพันธุ์กาแฟเหล่านี้อยู่หลายปี ทำให้ในตลาดบราซิลนั้นมีตัวเลือกกาแฟมากมายหลากหลาย กาแฟแต่ละพันธุ์ก็มีรสชาติที่แตกต่างกันออกไปอย่างที่บอกไปแล้ว

ในมิติของผู้ผลิตกาแฟนั้น การเลือกพันธุ์กาแฟเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการบริหารจัดการไร่กาแฟ และยังสามารถที่จะประเมินความสำเร็จในการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ อย่างแรกที่ต้องเข้าใจคือ พันธุ์กาแฟจะให้ผลผลิตที่มีคุณภาพแตกต่างกัน ในระดับที่แตกต่างกันด้วย ซึ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร เรื่องต่อไปคือ พันธุ์กาแฟแต่ละพันธุ์นั้นสามารถที่จะเติบโตในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ดังนั้น ในเรื่องของการผลิตกาแฟ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ผลิตจะต้องเลือกพันธุ์ให้ดีที่สุดสำหรับไร่กาแฟของตน หรือพื้นที่ในการปลูกกาแฟของตน พันธุ์กาแฟบางพันธุ์ยังมีความอ่อนไหวต่อแมลงและศัตรูพืช หรือแม้แต่โรคภัยมากกว่าพันธุ์กาแฟบางพันธุ์ เหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ผู้ผลิตจะต้องคำนึงเมื่อเลือกพันธุ์กาแฟมาปลูก เพราะหากเลือกพันธุ์กาแฟที่ไม่ถูกต้อง นอกจากผลผลิตที่ได้จะไม่เป็นไปตามที่หวังแล้ว กาแฟที่ออกมาจะเป็นกาแฟที่ไม่มีคุณภาพด้วย

จากทั้งหมดนี้เราจะเห็นได้ว่า การพัฒนาพันธุ์กาแฟให้มีทางเลือกหลากหลายมากขึ้น เป็นผลดีไม่ใช่แค่กับผู้บริโภค แต่ยังเป็นผลดีกับผู้ผลิตกาแฟด้วย เรียกได้ว่าเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่ายเลยทีเดียว

กำเนิด กาแฟบราซิล พันธุ์แรก

กาแฟไม่ใช่พืชพื้นเมืองของบราซิล หากจะสืบถึงประวัติศาสตร์กาแฟอาราบิก้าในประเทศบราซิลแห่งนี้ เราจำเป็นจะต้องย้อนไปในช่วงปี 1727 มีการบันทึกไว้ว่า ชายชื่อ Francisco M. Palheta ได้นำเมล็ดพันธุ์กาแฟ และต้นกล้าของกาแฟมาจาก French Guiana เข้าไปปลูกทางตอนเหนือของประเทศบราซิล

กาแฟพันธุ์แรกที่ได้นำเข้ามาปลูกในประเทศบราซิล คือกาแฟพันธุ์เก่าแก่อย่าง Typica ลักษณะสำคัญของกาแฟพันธุ์นี้คือผลผลิตจะให้ค่อนข้างต่ำ อีกทั้งยังมีความอ่อนแอต่อโรคศัตรูพืช แต่ในทางกลับกันก็เรียกได้ว่าเป็นพันธุ์กาแฟที่มีคุณภาพสูงมาก กาแฟพันธุ์นี้นับว่าเป็นต้นกำเนิด หรือเป็นพื้นฐานของพันธุ์กาแฟอาราบิก้าส่วนใหญ่ในโลกปัจจุบัน Typica ยังเป็นพันธุ์กาแฟที่ปลูกกันอย่างแพร่หลายในหลาย ๆ ประเทศเช่น เปรู สาธารณรัฐโดมินิกัน และจาไมก้า ส่วนในบราซิลเอง อย่างที่บอกว่า Typica เข้ามาในบราซิลตั้งแต่ปี 1727 แต่อีกกว่าหลายปีกว่าจะมีการปรับปรุงพันธุ์กาแฟพันธุ์นี้ ให้มีความเป็นของบราซิลอย่างแท้จริง

ก้าวแรกของการพัฒนาพันธุ์กาแฟของบราซิลนั้น เกิดขึ้นจากการก่อตั้งสถาบัน Agronomic Institute of Campinas (IAC) ในปี 1874 ก่อตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับพืชกาแฟ ตอบมาในปี 1928 หลังจากที่มีการพัฒนาการวิจัยพันธุกรรมในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 แล้ว สถาบันวิจัย IAC แห่งนี้ ได้ทำการศึกษาและให้กำเนิดต้นกาแฟพันธุ์ใหม่ ๆ ออกมามากมาย โดยผู้รับผิดชอบการเพาะปลูกกาแฟคือ Carlos A. Krug และ Alcides de Carvalho ซึ่งทั้งสองเป็นหัวหอกในการวิจัยพันธุ์ กาแฟบราซิล และพันธุ์กาแฟใหม่ ๆ ทั่วโลก

Brazilian Genetic Bank

ขั้นต่อไปในการพัฒนาพันธุ์กาแฟเกิดขึ้นในช่วงปี 1932 ศาสตราจารย์ Carlos A. Krug จาก IAC ได้เดินทางไปยังมหาวิทยาลัย Cornell ในสหรัฐอเมริกา เพื่อทำการศึกษาวิจัยด้านพันธุศาสตร์ genetic, cytogenetic และการปรับปรุงพันธุ์พืช หลังจากนั้นในปีเดียวกัน เขาก็ได้กลับไปที่ IAC และได้ทำการก่อตั้ง Brazilian Genetic Bank หรือธนาคารพันธุกรรมกาแฟในบราซิล โดยมุ่งเน้นไปที่การอนุรักษ์ และการผสมพันธุ์พืช รวมถึงการวิจัยกาแฟพันธุ์ต่าง ๆ ด้วย

ด้วยการศึกษาและการวิจัยกาแฟของที่นี่ ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ของอาราบิก้าในบราซิล ดังนั้นในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศบราซิลจึงมีพันธุ์กาแฟเพิ่มขึ้นอย่างหลากหลาย นอกจากทานกาแฟที่มีความหลากหลายภายในประเทศแล้ว นักพันธุศาสตร์และนักปฐพีวิทยาของสถาบันแห่งนี้ ยังได้ทำการเก็บรวบรวมพันธุ์กาแฟจากหลายประเทศ อย่างอินโดนีเซีย หรือเอธิโอเปียมาใช้งานด้วย

Brazilian Genetic Bank นั้น นับเป็นแหล่งเก็บรวบรวมทรัพยากรอันมีค่า ไม่ใช่เพียงแค่พันุ์กาแฟที่มีมากมายหลากหลายเท่านั้น แต่ยังเป็นพืชหลากหลายสายพันธุ์ด้วยที่ถูกเก็บอยู่ที่นี่ ซึ่งเหล่านี้มีส่วนในการพัฒนาพันธุ์กาแฟใหม่ ๆ มากขึ้น สามารถที่จะปรับปรุงพันธุ์กาแฟเพื่อให้เข้ากับสภาวะในอนาคต และแนวโน้มการบริโภคกาแฟที่มากขึ้นของผู้คนได้

พันธุ์กาแฟอาราบิก้าที่ถูกพัฒนาในบราซิล

อย่างที่บอกว่า ประเทศบราซิลเป็นประเทศผู้นำในการพัฒนาพันธุ์กาแฟ มีกาแฟหลากหลายพันธุ์ที่เราอาจจะเคยได้ยินชื่อ พันธุ์กาแฟเหล่านั้นถูกพัฒนาในประเทศบราซิลแห่งนี้ และนี่คือตัวอย่างเพียงเล็กน้อยของพันธุ์กาแฟที่ถูกพัฒนาในประเทศแห่งนี้

Maragogipe

กาแฟพันธุ์ Maragogipe นี้ เป็นกาแฟที่ถูกค้นพบในเมือง Maragogipe, Bahia ในช่วงปี 1870 และได้รับการพัฒนา อันเป็นผลมาจากการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติของกาแฟพันธุ์ Typica

ความโดดเด่นของกาแฟพันธุ์นี้คือ จะมีผลเชอรี่ขนาดใหญ่ นับว่าเป็นกาแฟคุณภาพสูงเลยทีเดียว ซึ่งสิ่งนี้เอง ดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อกาแฟใน Rio de Janeiro และในยุโรป ในช่วงปี 1883 กระทรวงเกษตรของบราซิลได้ทำการซื้อเมล็ดพันธุ์เข้ามาในประเทศกว่า 500 กิโลกรัม และได้ทำการบริจาคเมล็ดพันธุ์กับวัสดุทางการเกษตรให้กับเกษตรกรชาวบราซิล แต่ถึงอย่างนั้น กาแฟพันธุ์นี้ก็ยังคงไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก ถึงจะเป็นกาแฟคุณภาพสูงก็ตาม แต่ผลผลิตกาแฟค่อนข้างต่ำ ซึ่งการที่ผลผลิตต่ำนี้อาจจะทำให้ไร่กาแฟขาดสินค้า ซึ่งไม่เป็นผลดีกับตัวผู้ผลิตมากนัก

ถึงแม้ว่ากาแฟพันธุ์นี้จะไม่ได้เป็นที่นิยมในประเทศบราซิลในปัจจุบันเหมือนกับเมื่อก่อน แต่ในบราซิลก็ยังถือว่ามีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนากาแฟพันธุ์นี้ นอกจากนี้ กาแฟพันธุ์นี้ก็ยังมีบทบาทสำคัญอีกในการพัฒนากาแฟพันธุ์ Pacamara ซึ่งเป็นกาแฟที่พัฒนาพันธุ์ในปี 1958 โดยสถาบันวิจัยกาแฟแห่งเอลซัลวาดอร์

Yellow Bourbon

Yellow Bourbon 

กาแฟพันธุ์ Yellow Bourbon นั้น เป็นกาแฟที่ขึ้นชื่อเรื่องความหวาน บอดี้ และรสชาติที่มีความซับซ้อน ดังนั้นจึงนับว่าเป็นคุณสมบัติของกาแฟที่ดี หากจะเล่าถึงเรื่องราวของกาแฟพันธุ์นี้ เราจำเป็นจะต้องย้อนไป ที่ Pederneiras, São Paulo ในช่วงปี 1930 มี 2 ทฤษฎีเล่าถึงเบื้องหลังที่มาของกาแฟ Yellow Bourbon ทฤษฎีแรกคือ กาแฟพันธุ์นี้เกิดขึ้นจากการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติของกาแฟ Botucatu สีเหลือง และกาแฟพันธุ์ Red Bourbon อีกทฤษฎีหนึ่งคือ กาแฟพันธุ์นี้เกิดจากการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติของ Red Bourbon เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

อย่างที่บอกว่า กาแฟพันธุ์นี้เป็นกาแฟคุณภาพ และถูกยอมรับในวงกว้างในเรื่องของรสชาติที่มีความโดดเด่น อีกทั้งยังสามารถที่จะให้ผลผลิตค่อนข้างสูงด้วย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่กาแฟพันธุ์นี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในบราซิล โดยมีอัตราการปลูกเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าจากในช่วงปี 1949-1951 แต่ในปีถัดมา อัตราการปลูก Yellow Bourbon กลับลดลง เนื่องจากได้มีการให้กำเนิดพันธุ์กาแฟที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีความอ่อนไหวต่อโรค แมลงศัตรูพืช และสภาพอากาศน้อยลงด้วยในขณะนั้น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความต้องการของตลาดกาแฟสเปเชียลตี้ ได้ทำให้กาแฟพันธุ์ต่าง ๆ ที่มีความซับซ้อนและมีคุณภาพสูงกลับมา ทั้งนี้รวมถึงกาแฟ Yellow Bourbon นี้ด้วย ในปี 2005 IAC ได้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกาแฟ Yellow Bourbon อีกครั้ง ได้ทำการปรับปรุงพันธุ์เพื่อให้กาแฟมีผลผลิตที่มากขึ้น ในปี 2017 ในการแข่งขัน Cup of Excellence ของบราซิล กาแฟ Yellow Bourbon นับว่าทำผลงานได้ดี ทำคะแนนไปได้มากถึง 92.33 และถูกขายไปในราคา 126 เหรียญสหรัฐต่อปอนด์ในการประมูล

Caturra

กาแฟพันธุ์นี้ขึ้นชื่อในเรื่องของความเป็นกรดและความสว่าง ส่วนมากมักจะปลูกกันในโคลัมเบีย คอสตาริกา และนิการากัว เชื่อกันว่า กาแฟพันธุ์นี้ถูกค้นพบในพื้นที่เพาะปลูก Lessa หมู่บ้านเล็ก ๆ ใน Minas Gerais ในช่วงระหว่างปี 1915-1918 การวิจัยชี้ให้เห็นว่า กาแฟ Caturra นี้ เกิดขึ้นจากการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติของกาแฟ Bourbon

IAC เริ่มทำการคัดเลือกกาแฟ Caturra มาศึกษาวิจัยกันในช่วงปี 1937 สิ่งที่ทำให้กาแฟพันธุ์ Caturra มีความน่าสนใจ และดึงดูดความสนใจของนักวิจัย ต้นกาแฟที่มีขนาดเล็ก จนอาจเรียกได้ว่ามีลักษณะแคระเลยทีเดียว โดยในภาษาพื้นเมือง Guarani คำว่า “Caturra” นั้นแปลว่า “เล็ก”

ด้วยต้นกาแฟที่มีขนาดเล็กนี่เอง จึงถือว่าเป็นข้อได้เปรียบของ Caturra สิ่งนี้ช่วยให้เกษตรกรสามารถเพิ่มจำนวนการปลูกพืชได้มากขึ้นในพื้นที่ที่มีจำกัด หากเทียบกับพันธุ์กาแฟหลายพันธุ์ที่มีต้นขนาดใหญ่ นอกจากจะถูกนำมาเพาะปลูกในพื้นที่ปลูกที่มีความหนาแน่นสูงได้แล้ว Caturra ยังถูกนำมาพัฒนาพันธุ์ เพื่อต่อยอดเป็นกาแฟพันธุ์อื่น ๆ อีกด้วย

Mundo Novo

กาแฟพันธุ์นี้ขึ้นชื่อในเรื่องของรสหวาน และความเป็นกรดต่ำ ซึ่งในปัจจุบันก็ยังคงเป็นกาแฟพันธุ์ที่ปลูกกันอย่างแพร่หลายในบราซิล ชื่อ “Mundo Novo” หมายความว่า “New World” หรือ “โลกใหม่” ซึ่งเป็นคำในภาษาโปรตุเกส

หากจะเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของกาแฟ Mundo Novo จำเป็นที่จะต้องเล่าสืบย้อนไปในปี 1896 เมื่อได้มีการนำเมล็ดพันธุ์กาแฟที่ริก้าจากอินโดนีเซียเข้ามาปลูกในเมือง Urupês

 สิ่งนี้ทำให้เกิดการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติระหว่าง Typica และ Bourbon ใน Jaú ได้ให้กำเนิดพันธุ์กาแฟที่มีลักษณะเฉพาะ คือมีขนาดค่อนข้างใหญ่ จนกระทั่งในปี 1943 IAC ได้ทำการนำพันธุ์กาแฟไปปลูกใกล้กับเมือง Mundo Novo (ซึ่งในปัจจุบันเป็นเมือง Urupês) กาแฟที่ปลูกที่นั่นให้ผลผลิตที่ดี มีความอ่อนไหวต่อแมลงศัตรูพืชและโรคภัยต่าง ๆ ต่ำ ดังนั้นจึงเริ่มทำที่นี่ให้กลายเป็นพื้นที่เพราะปลูกอย่างจริงจัง เพื่อพัฒนากาแฟ Mundo Novo

หลังจากที่ได้ทำการศึกษาและเพาะพันธุ์มาหลายปี ในที่สุด Mundo Novo ก็ได้รับการเปิดตัวในปี 1952 จนถึงปัจจุบันนี้ กาแฟพันธุ์นี้ก็ยังเป็นกาแฟยอดนิยม ที่มีคุณสมบัติเด่นในด้านของผลผลิตที่สูง อีกทั้งยังเป็นกาแฟที่มีรสชาติดี แม้ว่าจะไม่ได้ต้านทานแมลงและศัตรูพืชมากนัก แต่กาแฟพันธุ์นี้ก็ยังคงได้รับการปลูกกันอย่างกว้างขวางในบราซิล เนื่องจากเรื่องของผลผลิตที่สูงนี่เอง

Catuai

กาแฟไฮบริดพันธุ์นี้ เป็นกาแฟที่มีรสหวาน มีความเป็นกรดและความสว่าง ชื่อนี้ได้มาจากภาษาพื้นเมืองของ Guarani ซึ่งแปลว่า “Very Good” หรือ “ดีมาก”

ต้นกำเนิดของกาแฟ Catuai นั้น ย้อนไปในช่วงปี 1948 เมื่อ IAC เริ่มทำการพัฒนาพันธุ์กาแฟที่ให้ผลตอบแทนสูง โดยกาแฟ Catuai นี้ เกิดขึ้นจากการผสมพันธุ์ของ Caturra ซึ่งเมล็ดกาแฟค่อนข้างมีคุณภาพ และ Mundo Novo ที่ให้ผลผลิตสูง ผลที่ได้คือ Catuai ซึ่งพืชมีขนาดเล็กเหมือนกับ Caturra ดังนั้นจึงสามารถปลูกในพื้นที่ที่มีจำกัดได้ในปริมาณมาก และยังให้ผลผลิตที่สูงด้วย

หลังจากหลายปีในการวิจัย กาแฟพันธุ์ Red Catuai และ Yellow Catuai ก็ได้รับการเปิดตัวในปี 1972 ด้วยกาแฟที่มีผลผลิตค่อนข้างดีและคุณภาพของกาแฟสูงด้วย ดังนั้นจึงกลายเป็นพันธุ์กาแฟยอดนิยมในเวลาไม่ช้า Catuai ได้รับความนิยมอย่างมากในบราซิล และไม่ใช่เพียงแค่ในบราซิลเท่านั้น ในหลายประเทศยังนิยมปลูก Catuai กันด้วย เช่น ฮอนดูรัส คอสตาริกา กัวเตมาลา ฮาวาย คิวบา และอีกหลายประเทศมากมายในโลก

การวิจัยกาแฟต้านทานสนิมในใบ

โรคสนิมในใบกาแฟ นับว่าเป็นศัตรูตัวร้ายที่แพร่ระบาดในต้นกาแฟ อย่างร้ายที่สุด สามารถที่จะทำลายพืชผลทางการเกษตรได้ทั้งหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โรงงานกาแฟในศรีลังกาได้ทำการกวาดล้างกาแฟทั้งหมดในประเทศ เนื่องจากโรคสนิมในใบนี้ ทำให้อุตสาหกรรมกาแฟในประเทศได้สิ้นสุดลง เมื่อไม่นานมานี้ ในอเมริกากลางก็ได้เกิดความเสียหายจากโรคสนิทในใบนี้ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงปี 2012-2014 ความเสียหายในเหตุการณ์นี้มากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ก่อนการเกิดวิกฤตสนิมในใบกาแฟในบราซิลในช่วงปี 1970 นักวิจัย Alcides de Carvalho ได้เริ่มทำการศึกษาเกี่ยวกับการต้านทานการเกิดสนิมในใบกาแฟ โดยใช้เทคนิคการผสมพันธุ์กาแฟ ในตอนแรกได้นำกาแฟอาราบิก้ามาผสมกับโรบัสต้า ซึ่งกาแฟโรบัสต้านี้เองขึ้นชื่อในเรื่องความต้านทานโรค ถึงแม้ว่าการวิจัยนี้จะเกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษที่ 1960 แล้วก็ตาม แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่ได้รับการเผยแพร่อย่างเป็นทางการ จนกระทั่งปี 1992 ได้มีการเปิดตัวพันธุ์กาแฟที่มีความต้านทานโรคที่ได้จากการทดลองนี้ พันธุ์กาแฟนั้นคือ Icatu

ปัจจุบันกาแฟพันธุ์ Icatu เป็นกาแฟที่เป็นที่รู้จักในเรื่องของการให้ผลผลิตที่สูง อีกทั้งยังมีความอ่อนไหวต่อศัตรูพืชและโรคต่าง ๆ ต่ำ ส่งผลให้กาแฟพันธุ์นี้มีการปลูกอยู่ทั่วไปในประเทศบราซิล ชื่อกาแฟพันธุ์นี้มาจากภาษา Tupi-Guarani พื้นเมือง ซึ่งหมายถึง “Bonanza” หรือ “ขุมแร่ที่มีค่า”

กาแฟ Timor Hybrid ถูกค้นพบในช่วงปี 1920 บนเกาะติมอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นผลจากการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติระหว่างกาแฟโรบัสต้ากับอาราบิก้า ทำให้เกิดความต้านทานตามธรรมชาติต่อการเกิดสนิมในใบกาแฟ ซึ่งคุณสมบัตินี้ไม่สามารถพบได้ในกาแฟอาราบิก้าที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติพันธุ์อื่น ๆ

Timor Hybrid Coffee

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สถาบันวิจัยกาแฟของบราซิลหลายแห่งก็ได้เริ่มทำการใช้กาแฟพันธุ์ Timor Hybrid เป็นต้นแบบเพื่อทำการพัฒนากาแฟพันธุ์อื่น ๆ ที่มีความต้านทานทั้งศัตรูพืชและโรคได้มากยิ่งขึ้น จนได้ถือกำเนิดกาแฟขึ้นมาหลากหลายพันธุ์ เช่น IAC 125 RN ที่มีความทนทานต่อสนิมในใบกาแฟและศัตรูพืชอย่างพยาธิตัวกลม หรืออาจเป็นกาแฟ Siriema AS1 ที่ทนต่อการเกิดสนิมในใบและมอดกาแฟเจาะใบ

ด้วยที่กล่าวมานี้ทั้งหมดเราจะเห็นได้ว่า ประเทศบราซิลนั้นนับว่าเป็นประเทศที่มีอิทธิพลอย่างมากต่ออุตสาหกรรมกาแฟระดับโลก ไม่เพียงแค่สามารถที่จะผลิตกาแฟจำนวนมากออกมาสู่ตลาดเท่านั้น แต่ยังมีบุคคลสำคัญมากมาย ที่ได้มีการพัฒนาพันธุ์กาแฟหลากหลาย ซึ่งกลายเป็นพันธุ์กาแฟที่เราผู้บริโภคชื่นชอบ และมีคุณค่าต่อเกษตรกรเป็นอย่างมาก

บุคคลเหล่านี้อุทิศตนเพื่อพัฒนากาแฟให้เยี่ยมยอดยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม หากไม่มีกลุ่มคนเหล่านี้และการวิจัยกาแฟเหล่านี้ เราอาจไม่มี Yellow Bourbon ที่มีคุณภาพสูงให้เราดื่ม หรือกาแฟ Caturra ที่ให้ผลผลิตสูง และกาแฟพันธุ์อื่น ๆ อีกมากมายเลย