GMOs Coffee

กาแฟตัดต่อพันธุกรรม เป็นไปได้หรือไม่?

กาแฟ นับเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจโลกที่มีความสำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่ง ในตลอดห่วงโซ่การผลิตกาแฟนั้น มีผู้คนที่มีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้อยู่ที่ประมาณ 125 ล้านคนทั่วโลก ตามแนวเขตหรือพื้นที่ที่ปลูกกาแฟได้ซึ่งเรียกว่า Bean Belt จากข้อมูลขององค์การกาแฟนานาชาติ พบว่า มีกาแฟจำนวนกว่า167.2 ล้านกระสอบ (กระสอบละประมาณ 60 กิโลกรัม) ถูกผลิตขึ้นในปี 2022/23 ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากเลยทีเดียว

ในปัจจุบันนั้น มีพันธุ์กาแฟที่สามารถระบุพันธุ์ได้ เป็นตัวเลขอยู่ที่ 120 พันธุ์ และยังมีพันธุ์กาแฟอีกมากมายเป็นพันเป็นหมื่น ที่ยังไม่ได้มีการระบุ หรือกำหนดชื่อพันธุ์อย่างชัดเจน นั่นหมายความว่า ความเป็นไปได้ที่จะพบกาแฟใหม่ๆ เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีที่สิ้นสุดเลยด้วยซ้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเราลองมามองถึงพันธุ์กาแฟที่มีการเติบโตขึ้นตามธรรมชาติ พันธุ์ลูกผสม ที่มีนักวิจัยได้มีการเพาะปลูก และมีการปรับปรุงพันธุ์ขึ้น ทั้งการปรับปรุงในด้านของผลผลิต และคุณภาพ ซึ่งวิธีการนี้เป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมมาเป็นกว่าสิบปีแล้ว และก็ยังคงได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในอนาคต ที่ปัญหาที่จะตามมาคือปัญหาสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลัน การมีการผสมข้ามพันธุ์กาแฟเหล่านี้ เป็นการปรับปรุง และเปรียบเสมือนการทำให้อุตสาหกรรมกาแฟอยู่ต่อไปได้เรื่อยๆ

Coffee Farming

ถึงแม้กาแฟลูกผสมเหล่านี้ จะเป็นกาแฟที่มีการปรับปรุงพันธุ์ การนำกาแฟพันธุ์หนึ่ง มาผสมกับกาแฟอีกพันธุ์หนึ่ง หรือที่เราเรียกว่ากาแฟไฮบริด แต่ถึงอย่างนั้น ในทางเทคนิคแล้วพวกมันก็ไม่ได้นับว่าเป็นกาแฟที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมแต่อย่างใด วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องของ การดัดแปลงพันธุกรรมกาเเฟ หรือ กาแฟตัดต่อพันธุกรรม การนำกาแฟมาทำ GMOs ในทางเทคนิคมันสามารถที่จะทำได้หรือไม่ และหากในทางเทคนิคสามารถทำได้ แล้วในโลกแห่งความเป็นจริงมันสามารถทำ กาแฟตัดต่อพันธุกรรม ได้หรือไม่ และหากมันเกิดขึ้น จะมีข้อดีอย่างไร วันนี้เราจะไปเจาะลึกกัน

การดัดแปลงพันธุกรรมพืช กาแฟตัดต่อพันธุกรรม

นับว่าเป็นเวลากว่าหลายศตวรรษแล้ว ที่มนุษย์เราได้มีการคัดเลือกพันธุ์พืชและสัตว์ เพื่อที่จะทำให้ได้ผลผลิตที่สูงขึ้น การทำฟาร์มปศุสัตว์ให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะให้เพียงพอ และตอบรับกับความต้องการของมนุษย์ที่มีเพิ่มมากยิ่งขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เทคนิคที่น่าจะง่ายดาย และเข้าใจง่ายมากที่สุด คือการคัดเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ทั้งบรรดาพืชและสัตว์ ที่มีลักษณะเฉพาะอันพึงประสงค์มาทำการผสมกัน และในสำหรับพืชอย่างกาแฟ พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่เหมาะสมนี้ หมายถึงการมีความสามารถในการต้านทานต่อศัตรูพืชและโรคภัยในกาแฟต่างๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น ตลอดจนสภาพ และลักษณะที่สามารถยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศได้มากยิ่งขึ้นด้วย

เมื่อทำการผสมพันธุ์กาแฟ จากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่มีลักษณะอันพึงประสงค์เหล่านี้ ก็มีโอกาสมากยิ่งขึ้น ที่ลูกหลานใหม่รุ่นต่อๆไปจะได้รับคุณลักษณะอันพึงประสงค์เหล่านี้เข้ามาด้วย หากนานวันเข้า ลูกหลานเหล่านี้ที่ผ่านการผสมมาเรื่อยๆ ก็จะกลายมาเป็นพันธุ์หลัก ที่เหมาะสมต่อการนำมาเพาะปลูก และนำมาขยายพันธุ์เพื่อการบริโภคของมนุษย์ต่อไป

และเหล่านี้คือการผสมข้ามพันธุ์ หากเราจะกล่าวถึงเรื่องของการดัดแปลงพันธุกรรม อันนี้จะมีความต่างออกไปมากเลยทีเดียว การดัดแปลงพันธุกรรมที่ว่านี้ เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรมของพืชและสัตว์ หรือการเปลี่ยนแปลงดีเอ็นเอ ในลักษณะที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ โดยพื้นฐานแล้วมันหมายความว่า การดัดแปลงพันธุกรรมจะสามารถเกิดขึ้นได้ ในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมอย่างเคร่งครัดเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่นเกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการ

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก สิ่งมีชีวิตที่มีการดัดแปลงพันธุกรรม หรือก็คือ GMOs เพียงอย่างเดียวที่มีการดัดแปลงพันธุกรรม ก็คือพืช พืช GMOs ที่มีการปลูกกันมากที่สุดทั่วโลกยกตัวอย่างเช่น ข้าวโพด ฝ้าย ถั่วเหลือง และคาโนล่า (ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา)

การปลูกพืช GMOs นั้นมีประโยชน์อยู่ด้วยกันมากมายหลากหลายประการ ยกตัวอย่างเช่น พื้นที่ใดจัดเป็นพืชที่ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงให้ผลผลิตที่มากยิ่งขึ้นด้วย นอกจากนี้พืชเหล่านี้ ยังมีความต้านทานต่อแมลงศัตรูพืช และโรคภัยต่างๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้นเข้าไปอีก อีกทั้งเกษตรกรยังสามารถที่จะปลูกพืช GMOs เพื่อที่จะลดปัจจัยการผลิตทางการเกษตร อย่างการใช้ปุ๋ยได้มากยิ่งขึ้นเข้าไปอีก และสิ่งนี้เปรียบเสมือนการลดต้นทุนการผลิตไปในตัวด้วย

แต่ถึงอย่างนั้น ก็มีความเสี่ยงอยู่มากมายหลากหลายประการเช่นเดียวกัน ในการเพาะปลูกและการผลิตพืช GMOs สิ่งที่เป็นข้อกังวลใหญ่ที่สุด และการที่ผู้คนหันมาปลูกพืชดัดแปลงพันธุกรรมกันมากยิ่งขึ้น คือมันจะเป็นการไปลดความหลากหลายทางพันธุกรรมของพืชหรือสัตว์ ซึ่งนั่นอาจนำไปสู่ปัญหาหลายอย่างตามมา อย่างเช่นเรื่องของ ความไวต่อศัตรูพืชหรือโรคบางชนิด อาจจะมีอัตราที่รวดเร็วและสูงมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังอาจมีความเสี่ยงอื่น ที่มีความเกี่ยวข้องกับการผลิตและการบริโภคพืชดัดแปลงพันธุกรรมเหล่านี้ ซึ่งแม้กระทั่งในปัจจุบันเอง ก็ยังไม่มีการทราบเป็นที่แน่ชัด ทางนักวิจัยยังมีการวิจัยศึกษาทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม เพื่อให้มีความเข้าใจทั้งคุณประโยชน์ และความเสี่ยงของพืชดัดแปลงพันธุกรรมเหล่านี้อย่างถ่องแท้

ความเป็นไปได้ที่จะดัดแปลงพันธุกรรมกาแฟ

ถึงแม้ว่าจะมีพืชจำนวนหนึ่ง ที่สามารถนำมาดัดแปลงพันธุกรรมได้จริง และให้คุณประโยชน์มาก แต่ในทางกลับกันหากเป็นกาแฟ จะสามารถทำแบบเดียวกันนี้ได้หรือไม่

จากข้อมูลของ National Coffee Association ได้มีการระบุว่า ในปัจจุบัน ยังไม่ได้มีการดัดแปลงพันธุกรรมกาแฟ เพื่อใช้จำหน่ายในเชิงพาณิชย์ แต่ถึงจะไม่ได้มีการดัดแปลงพันธุกรรมกาแฟเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ แต่ก็ยังคงมีการใส่ส่วนผสมบางอย่าง เพิ่มลงไปในผลิตภัณฑ์กาแฟเชิงพาณิชย์ อย่างการใส่สารแต่งกลิ่นหรือสารเติมแต่ง และมีการใส่สารบางอย่างลงไปด้วย ซึ่งสิ่งนี้อาจจะอยู่ในประเภทของ GMO

แม้ว่าในปัจจุบัน จะยังไม่มีกาแฟดัดแปลงพันธุกรรมที่วางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด แต่เราย้อนกลับไปในปี 2005 เคยมีโครงการหนึ่ง ที่จัดตั้งโดยสถาบันวิจัยการเกษตรฝรั่งเศส CIRAD โครงการนี้ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อที่จะสามารถเพาะปลูกกาแฟโรบัสต้าดัดแปลงพันธุกรรมใน French Guiana ซึ่งเป็นดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกาใต้

GMOs Corn

ในการวิจัยศึกษานี้ มีการศึกษาความต้านทานของกาแฟโรบัสต้า ต่อสารทำลายใบกาแฟ เมื่อสิ้นสุดการทดลอง มีตัวเลขที่น่าสนใจว่า กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ของต้นกาแฟที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมการต้านทานการกัดกินใบกาแฟ มีความต้านทานอย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นตัวมอด ที่ขึ้นไปวางไข่บนใบของต้นกาแฟ คุณสมบัติการต้านทานของต้นกาแฟนี้ ทำให้มอดเหล่านี้ตายจนหมด

ถึงแม้ว่า การทดลองที่ว่านี้จะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจก็ตาม แต่ต้นกาแฟโรบัสต้าที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม กลับไม่เคยถูกนำไปลงปลูก หรือไม่เคยเผยแพร่ให้กับเกษตรกรในท้องถิ่นเลย สิ่งนี้ไม่ได้ทำเพื่อใช้สำหรับการค้าในเชิงพาณิชย์ แต่กลับทำเพียงแค่การที่อยากจะรู้ และการที่ทีมนักวิจัยต้องการที่จะเข้าใจเรื่องของการผลิตกาแฟ และการปรับปรุงพันธุ์กาแฟให้ดีมากยิ่งขึ้น

การแยกบรรดากาแฟไฮบริด กับกาแฟดัดแปลงพันธุกรรม

เราอาจจะเคยได้ยินคำว่ากาแฟไฮบริด หรือกาแฟลูกผสมมานานแล้ว แล้วมันมีความแตกต่างกับกาแฟดัดแปลงพันธุกรรม หรือกาแฟ GMOs หรือไม่อย่างไร

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า ถึงแม้บรรดากาแฟไฮบริดทั้งหลาย จะเป็นกาแฟที่ถูกสร้างขึ้น จากการแทรกแซงของมนุษย์ก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นกาแฟเหล่านี้ ก็ได้รับการพัฒนาโดยมีการใช้เทคนิคตามธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่นการผสมเกสรด้วยมือ ซึ่งสามารถทำได้โดยมนุษย์ แต่โดยธรรมชาติแล้ว กระบวนการการสืบพันธุ์หรือการผสมพันธุ์ ก็จะเกิดขึ้นโดยตัวพืชเอง กล่าวในอีกแง่ก็คือ มันก็ยังคงเป็นวิธีการทางธรรมชาติอยู่

พันธุ์กาแฟไฮบริดเหล่านี้ มักจะถูกสร้างขึ้นเพื่อร่วมลักษณะที่พึงประสงค์ที่แตกต่างกันของกาแฟแต่ละพันธุ์ ยกตัวอย่างเช่น คุณสมบัติที่จะให้ผลผลิตที่สูง และคุณสมบัติที่จะทำให้กาแฟมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ การผสมพันธุ์กาแฟ F1 Hybrid ซึ่งเกิดขึ้นเพื่อให้เกษตรกรนำมาปลูกครั้งแรกในช่วงปี 2010

จากการวิจัยของ World Coffee Research ได้มีการนำกาแฟพันธุ์ F1 Hybrid ที่น่าสนใจพันธุ์หนึ่ง ได้มีการนำมาขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด นั่นคือกาแฟ Starmaya ซึ่งเป็นกาแฟอาราบิก้าที่ให้ผลผลิตสูง และมีความทนทานต่อการเกิดสนิมในใบด้วย

และด้วยการนำมาขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดนี้ แทนที่จะใช้เทคโนโลยีชีวภาพอื่น อย่างการโคลนนิ่งเนื้อเยื่อ นั้นสามารถทำให้เพาะปลูกกาแฟ Starmaya ได้มีประสิทธิภาพดีมากกว่ากาแฟ F1 Hybrid พันธุ์อื่นๆ และนี่ดูเหมือนว่า จะเป็นการดีอย่างมากที่มีการพัฒนาและเพาะพันธุ์บรรดากาแฟไฮบริดเหล่านี้ แต่ก็มีอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับกาแฟไฮบริดเหล่านี้นั่นก็คือ กระบวนการพัฒนาพันธุ์ ไม่ว่าจะใช้วิธีการใดก็ตาม จะใช้เวลาค่อนข้างนาน และแน่นอนว่ามีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาพันธุ์สูงมาก

การพัฒนาพันธุ์รูปแบบอื่น

นอกจากการพัฒนาพันธุ์แบบไฮบริดแล้ว ยังได้มีการศึกษาวิจัย และพัฒนาพันธุ์กาแฟอีกมากมายหลากหลายวิธีการ วิธีการหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ การจัดลำดับจีโนม ซึ่งในปัจจุบันได้มีการศึกษาวิจัยทั้งในกาแฟอาราบิก้าและโรบัสต้า สิ่งนี้สามารถทำให้นักวิจัยได้เข้าใจลักษณะของพืชไร่อาราบิก้าและโรบัสต้ามากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถพัฒนา และปรับปรุงคุณภาพบางอย่างได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น สามารถที่จะให้ผลผลิตกาแฟที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งกาแฟยังมีความต้านทานต่อศัตรูพืช โรคภัย และสภาพอากาศที่เลวร้ายได้ดียิ่งขึ้นด้วย การศึกษาที่ว่ามานี้ ดูเหมือนว่าจะได้รับความสนใจ และมีการศึกษาวิจัยกันอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น ดังนั้นคาดว่า จะเป็นรูปเป็นร่างมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ยิ่งมีวิธีการหลายวิธีการมากขึ้น ทำให้การที่จะดึงเอาลักษณะอันพึงประสงค์ ของพันธุ์กาแฟที่แตกต่างกันในแต่ละชนิด สามารถเลือกที่จะทำได้ง่าย และหลากหลายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการผสมพันธุ์แบบไฮบริดแบบเดิม หรือการใช้เทคโนโลยีการแก้ไขยีนในระดับโมเลกุล

นอกจากนี้ ยังได้มีการศึกษาเกี่ยวกับพันธุกรรมเพิ่มเติมของบรรดากาแฟป่า ที่ไม่ค่อยได้นำมาปลูกกันในฟาร์มเท่าไหร่ ยกตัวอย่างเช่นกาแฟ Coffea Racemosa และ Coffee Zanguebariae ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจของกาแฟป่า และเป็นสิ่งที่บรรดานักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจก็คือ วิธีการที่ต้นกาแฟเหล่านี้ สามารถที่จะทนต่อสภาพอากาศตามธรรมชาติได้มากยิ่งขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป

แต่ถึงอย่างนั้น ในสหราชอาณาจักรก็ได้มีการวิจัยเกี่ยวกับกาแฟป่าพันธุ์เหล่านี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นกาแฟที่มีลักษณะพึงประสงค์อยู่หลากหลายประการ นอกจากนี้ยังเป็นกาแฟที่รสชาติออกมายอดเยี่ยม เมื่อนำกาแฟมาปลูกโดยใช้เทคนิคการทำฟาร์มเฉพาะ แต่โดยทั่วไปแล้วก็ยังคงเป็นกาแฟที่มีผลผลิตต่ำมาก ดังนั้นในช่วงเวลานี้ หากจะน้ำกาแฟเหล่านี้มาใช้จริง ก็ยังคงจำเป็นที่จะต้องมีการวิจัยกันเพิ่มเติม

ความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับพืช GMOs

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เราปฏิเสธไม่ได้เลย ว่าการเพาะปลูกพืชที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมนั้นมีประโยชน์มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบรรดาผู้ผลิตรายย่อย ที่อาจจะประสบปัญหาจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างเฉียบพลัน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ทั่วโลกที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และจะเกิดมากขึ้นในอนาคตเข้าไปอีก หากมีการวิจัยเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการปลูกกาแฟ GMOs จะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรรายย่อยนี้อย่างมาก

แต่ถึงจะมีประโยชน์ ก็ยังคงมีความท้าทายมากมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากาแฟ GMOs ความท้าทายหลักก็คือ เทคโนโลยีที่จำเป็น ที่ใช้ในการพัฒนากาแฟดัดแปลงพันธุกรรมเหล่านี้ ยังคงมีน้อย ข้อมูลที่บรรดานักวิจัยมีอยู่ในมือก็ยังคงมีน้อยอยู่ด้วยเช่นกัน กระบวนการนี้ ยังคงประกอบด้วยขั้นตอนที่สำคัญมากมายหลากหลายขั้นตอน ซึ่งทั้งหมด ก็ยังคงเป็นขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนซับซ้อน จำเป็นที่จะต้องได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสม และหากจะทำแบบนั้นได้ จะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม และมีความเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น เกี่ยวกับเรื่องของการดัดแปลงพันธุกรรมในกาแฟ

ยิ่งไปกว่านั้น ทั่วโลกของเรายังมีเพียงห้องปฏิบัติการเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น ที่จะมีศักยภาพมากพอ มีประสบการณ์มากพอ มีข้อมูลมากพอ และมีความเชี่ยวชาญมากพอในการพัฒนากาแฟดัดแปลงพันธุกรรมนี้ นอกจากนี้ ยังมีอุปสรรคอื่นอีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น กฎระเบียบอันเข้มงวดของรัฐบาลในหลายประเทศ ในการผลิตพืช GMOs เช่นเดียวกับการรับรู้ของสาธารณชน ที่มีการรับรู้ในแง่ลบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดัดแปลงพันธุกรรมต่างๆ

ถึงแม้ว่าจะมีองค์กร และสถาบันทางวิทยาศาสตร์บางแห่งที่ออกมารองรับว่า อาหารที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมหรือ GMOs เหล่านี้สามารถที่จะบริโภคได้ มีความปลอดภัยอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีงานวิจัยอื่น ที่ออกมาขัดแย้ง มีการระบุว่าอาหารเหล่านี้อาจเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ด้วยเช่นกัน

ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2013 ได้มีงานศึกษาวิจัยชื่อ Genetically modified foods: safety, risks and public concerns ซึ่งเป็นรายงานการวิจัย พบว่าการบริโภคอาหารดัดแปลงพันธุกรรมหรือ GMOs เหล่านี้สามารถเพิ่มโอกาสในการเกิดอาการแพ้ได้ เนื่องจากในอาหาร GMOs มียีนแปลกปลอม ด้วยเหตุนี้ จึงอาจมีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้นที่จะมีการปนเปื้อนสารก่อภูมิแพ้

GMOs Coffee

และยิ่งในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าเราจะหันไปมองที่ไหน เชื่อว่าหลายคนก็น่าจะให้ความสนใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค ในกาแฟหลายยี่ห้อ หรือหลายแบรนด์ก็ตาม ยังมีการระบุ ว่าผลิตภัณฑ์ของตนได้รับรอง ว่าผลิตภัณฑ์เป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคธรรมชาติ หรือบางส่วนก็มีการระบุว่า ผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดการดัดแปลงพันธุกรรม

ดังนั้นจากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เราจะค่อนข้างเห็นได้อย่างชัดเจนแล้วว่า ยังคงห่างไกลอยู่มาก หากเราอยากที่จะปลูกกาแฟดัดแปลงพันธุกรรมจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำมาปลูกเพื่อการค้าในเชิงพาณิชย์ แต่ถึงอย่างนั้น ก็ได้มีบรรดานักวิจัย และผู้ศึกษาอีกมากมายที่ได้ทำการศึกษาทดลองอยู่ และก็เป็นที่เห็นเด่นชัดกันแล้ว ดังนั้นในอนาคต เราอาจได้เห็นอะไรแบบนี้กันบ้าง อย่างที่หลายคนน่าจะรู้ ว่าในปัจจุบันอุตสาหกรรมกาแฟเรียกว่าอยู่ในขั้นวิกฤต ปัญหาใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเฉียบพลัน ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อการผลิตกาแฟอย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้อุตสาหกรรมกาแฟจึงต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่แน่กันดัดแปลงพันธุกรรม อาจจะเป็นทางออกก็ได้

แต่คำถามที่สำคัญต่อมาก็คือ ถึงแม้ว่ามันจะเกิดขึ้นได้จริง แต่สำคัญที่สุดคือผู้บริโภค จะสามารถที่จะเปิดใจกับกาแฟดัดแปลงพันธุกรรมเหล่านี้ได้หรือไม่ และได้ในระดับที่มากน้อยขนาดไหน ในท้ายที่สุดแล้ว หากพิจารณาจากสิ่งที่มีอยู่ สิ่งนี้ก็ยังคงเป็นแนวคิด และยังไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นได้จริง เราจะตอบคำถามนี้ได้ ก็ต่อเมื่อมีการศึกษาเพิ่มเติม และเราเริ่มเห็นมันเป็นรูปเป็นร่างได้ก็เท่านั้น

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *