กาแฟกระป๋อง กับศักยภาพการเติบโตในอนาคต

ผลิตภัณฑ์กาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสกัดเย็น รวมถึง กาแฟกระป๋อง รูปแบบนม เหล่านี้เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมาเป็นระยะเวลานาน และในปัจจุบันก็ยังคงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการเติบโตของตลาดกาแฟกระป๋อง ที่ค่อนข้างกว้างมากยิ่งขึ้น และจะกว้างขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ได้มีสัญญาณการชะลอตัวลงเลย โดยมูลค่าของตลาดกาแฟพร้อมดื่ม หรือกาแฟกระป๋องทั่วโลก มีการคาดการณ์กันว่าจะเพิ่มขึ้นเกิน 42 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2027

แต่ก็มีประเทศหนึ่งที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นประเทศที่นิยมดื่มกาแฟกระป๋องเป็นอย่างมาก นั่นคือประเทศญี่ปุ่น กับแบรนด์กาแฟกระป๋องญี่ปุ่นที่น่าสนใจ Ueshima Coffee Company (UCC) ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตกาแฟกระป๋อง ที่เรารู้จักกันจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งตั้งแต่บริษัทนี้มีการผลิตกาแฟกระป๋องขึ้นมา เครื่องดื่มชนิดนี้ก็ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงยังมีการแพร่กระจายไปสู่ประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา และตลาดนี้ก็เติบโตขึ้นอย่างมาก ในหลายท้องที่ทั่วโลกด้วย

Can Cold coffee

และด้วยเหตุนี้ ในวันนี้เองเราจะพาคุณมาทำความรู้จักกาแฟกระป๋องให้มากขึ้น ประวัติความเป็นมาว่าสิ่งนี้ไปมาอย่างไร ตลอดจนเรื่องของศักยภาพ ของตลาดกาแฟกระป๋องที่จะเติบโตได้มากยิ่งขึ้น ว่ามันจะเติบโตไปในทิศทางไหน และผลักดันอุตสาหกรรมกาแฟให้ก้าวหน้าขึ้นได้อย่างไร

ต้นกำเนิดกาแฟกระป๋อง

กระบวนการแปรรูปอาหาร และการทำเครื่องดื่มกระป๋องนั้น เป็นนวัตกรรมที่ถูกใช้กันมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 19 ในช่วงปี 1810 พ่อค้าชาวอังกฤษ Peter Durand ได้ทำการจดสิทธิบัตร การใช้กระป๋องเหล็กเคลือบดีบุก เพื่อที่จะสามารถถนอมอาหารได้อยู่นานขึ้น

เป็นเวลากว่า 100 ปีต่อมา การใช้กระป๋องในการถนอมอาหาร ค่อนข้างได้รับความแพร่หลายมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งในปี 1935 ผู้ผลิตในสหรัฐอเมริกา ได้ทำการผลิตเบียร์กระป๋อง และนำมาวางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก จากนั้นก็มีการผลิตโซดากระป๋องตามมาหลังจากนั้นไม่นาน

ประมาณ 20 ปีต่อมา ผู้ผลิตเริ่มที่จะใช้อลูมิเนียมในการผลิตกระป๋องมากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งนี้ถือว่าเป็นการลดต้นทุน เนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่าโลหะชนิดอื่นมาก ในที่สุดสิ่งนี้ก็นำไปสู่การประดิษฐ์กระป๋องเบียร์อลูมิเนียม ซึ่งถูกประดิษฐ์ครั้งแรกในปี 1959 คุณสมบัติที่โดดเด่นกว่า คือการเปิดง่ายกว่า เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ในช่วงเวลานั้น เพียงเท่านี้ก็ถือเป็นการปฏิวัติตลาดเครื่องดื่มกระป๋องเลยทีเดียว

หลังจากที่มีการประดิษฐ์เบียร์กระป๋องและโซดากระป๋องในปี 1969 UCC ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น ที่ผลิตผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟ ได้ทำการให้กำเนิดเครื่องดื่มกาแฟกระป๋อง และได้รับความสำเร็จในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก แต่ถึงอย่างนั้นนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก ได้มีแบรนด์อื่นๆ พยายามที่จะประดิษฐ์และเปิดตัวกาแฟกระป๋องในประเทศญี่ปุ่นมาก่อนหน้านั้นแล้ว ยกตัวอย่างเช่น Mira Coffee ที่ผลิตกาแฟออกมาในปี 1965 แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จ

เชื่อกันว่า Tadao Ueshima ผู้ก่อตั้งบริษัท UCC ได้ตัดสินใจเริ่มทำกาแฟกระป๋อง เรื่องราวมีอยู่ว่า ตอนนั้นเขารีบร้อนที่จะต้องขึ้นรถไฟ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องทิ้งกาแฟทั้งแก้วโดยเปล่าประโยชน์ ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงคิดหาวิธีที่มีความสะดวกสบายกว่า สามารถที่จะดื่มกาแฟในขณะที่เดินทางได้ ซึ่งนั่นนำไปสู่การคิดค้นกาแฟบรรจุกระป๋องเป็นครั้งแรก ในชื่อ UCC Milk Coffee

เรื่องที่น่าสนใจก็คือ มีการบันทึกไหน Guinness World Records ซึ่งได้ทำการมอบรางวัลให้กับบริษัทนี้ ว่าเป็นบริษัท หรือแบรนด์กาแฟกระป๋องที่มียอดขายยาวนานที่สุดในโลก โดยตัวเลขในปี 2018 ได้มียอดขายมากกว่า 15 พันล้านกระป๋องเลยทีเดียว

เหตุใดกาแฟกระป๋อง จึงได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่น

หากเราจะกล่าวถึงการบริโภคกาแฟภายในประเทศญี่ปุ่น ประเทศนี้ก็นับว่ามีประวัติศาสตร์อันยาวนานเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยที่มีร้านกาแฟ ซึ่งที่ญี่ปุ่นจะเรียกว่า Kissaten เกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยเป็นร้านที่จะให้บริการเฉพาะกาแฟดำ หรือชาที่จะเน้นไปในเรื่องของความเรียบง่าย

แต่อย่างไรก็ตาม จนถึงช่วงปลายทศวรรษที่ 1900 ผู้บริโภคกาแฟชาวญี่ปุ่น ก็เริ่มที่จะหันมาให้ความสำคัญในเรื่องของความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งนั่นนำไปสู่ความนิยมที่เพิ่มมากขึ้น ของกาแฟกระป๋อง หลังจากที่บริษัท UCC ได้เปิดตัวกาแฟนมและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 แบรนด์กาแฟอื่นๆ ก็เริ่มที่จะทำตามเช่นเดียวกัน

หนึ่งในตัวอย่างที่มีความโดดเด่นมากที่สุดคือแบรนด์ Pokka Coffee ในปี 1973 ได้ทำการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟกระป๋อง ในเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ ที่สามารถเสิร์ฟกาแฟได้ทั้งกาแฟร้อนและกาแฟเย็น 2 ปีต่อมา บริษัท Coca-Cola Japan ได้เปิดตัวแบรนด์ Georgia Coffee ซึ่งเป็นกาแฟที่ยังคงได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่นจนถึงปัจจุบัน

ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1980 บริษัทญี่ปุ่นหลายแห่ง ได้ทำการเข้าสู่ตลาดกาแฟกระป๋องเช่นเดียวกัน อาจจะมีหลากหลายชื่อบริษัทที่เราอาจจะคุ้นหู ยกตัวอย่างเช่น Asahi, Kirin Beverage รวมถึงแบรนด์ BOSS

ตู้จำหน่ายอัตโนมัติ

นอกจากจะนำมาวางขายในร้านสะดวกซื้อและบรรดาซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศญี่ปุ่นแล้ว ตู้จำหน่ายอัตโนมัติ ยังเป็นช่องทางหนึ่งของการซื้อกาแฟกระป๋องเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้คนวัยทำงานส่วนใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วในเขตเมืองมากขึ้น ก็ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ผลิตภัณฑ์กระป๋อง กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยม ในการบริโภคกาแฟอย่างรวดเร็วและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

การซื้อกาแฟกระป๋องจัดตู้จำหน่ายอัตโนมัติ ทำให้ผู้บริโภคไม่จำเป็นที่จะต้องต่อแถวรอ และสามารถที่จะดื่มกาแฟได้ขณะที่เดินทางไปไหนมาไหน กลับจากที่ทำงาน หรือออกจากบ้านไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม จากข้อมูลค้นพบว่า ในปี 2017 มีตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ 1 เครื่องต่อประชากร 23 คนภายในประเทศ ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าสนใจ และในปัจจุบันก็มีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นไปอีก

ยิ่งไปกว่านั้น กาแฟกระป๋องที่วางขายในตู้จำหน่ายอัตโนมัติมีราคาที่ไม่แพงมากนัก ซึ่งทำให้ยิ่งเพิ่มความนิยมในหมู่ผู้คนทำงาน เเม้กระทั่งทุกวันนี้ กาแฟในตู้จำหน่ายอัตโนมัติ ก็ยังคงมีราคาที่ไม่แพง และเหมาะสมกับการซื้อมาดื่มอยู่ดี

Vending Machine

ข้อมูลจากการสำรวจในปี 2012 โดย All Japan Coffee Association พบว่า ต่อประชากร 1 คน มีการบริโภคกาแฟกระป๋องถึง 100 กระป๋องต่อคนต่อปีภายในประเทศ โดยตัวเลือกกาแฟกระป๋องที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือกาแฟนมที่มีรสหวาน แต่ก็ไม่ใช่เพียงเท่านั้น แม้แต่กาแฟดำ กาแฟสกัดเย็น หรือแม้แต่กาแฟ flash brew ก็ยังคงได้รับความนิยมภายในประเทศญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน อย่าลืมกาแฟที่มีน้ำตาลน้อย สำหรับทางเลือกเพื่อสุขภาพด้วย

กาแฟกระป๋อง กับการกระจายสู่ที่อื่น

ในเรื่องของการดื่มกาแฟนั้น ผู้คนมีความต้องการในด้านของความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้นในอุตสาหกรรมนี้ แล้วมันค่อนข้างที่จะเติบโต และแพร่หลายขึ้นอย่างรวดเร็ว เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานกว่าหลายทศวรรษแล้ว ดังนั้นการถือกำเนิดขึ้นของกาแฟกระป๋อง จึงเป็นอะไรที่จะได้รับความนิยมไปทั่วโลกอย่างแน่นอน อยู่ที่ว่าจะช้าจะเร็วเท่าไหร่แค่นั้น

และในเวลาไม่นาน ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่นๆ ก็ได้มีการนำกาแฟกระป๋อง เข้าไปวางขายและตีตลาด กาแฟกระป๋องจึงกลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วในประเทศแถบนี้ ยกตัวอย่างเช่นประเทศเกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย รวมถึงประเทศไทยของเราด้วย

ในขณะเดียวกัน ในสหรัฐอเมริกา เครื่องดื่มกาแฟพร้อมดื่ม ซึ่งมาในรูปแบบกาแฟกระป๋อง และกาแฟบรรจุขวด ก็ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์เช่นเดียวกัน โดยมีการเปิดตัวครั้งแรกในช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 โดยผู้ผลิต Starbucks ได้ทำการจับมือกับ PepsiCo ร่วมมือกันพัฒนา frappuccino แบบบรรจุขวด

บรรดาเครื่องดื่มกาแฟพร้อมดื่ม ไม่ใช่เพียงแค่กาแฟกระป๋อง แต่ยังเหมารวมถึงกาเเฟบรรจุขวด และอื่นๆด้วย เหล่านี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และเรียกได้ว่าช่วยในการขับเคลื่อนนวัตกรรมในตลาดกาแฟพร้อมดื่มทั่วโลก ในปี 2007 ในสหราชอาณาจักรก็ได้มีการเปิดตัวกาแฟที่มีชื่อว่า illy lissimo RTD โดยผู้ผลิต Coca-Cola

หลายปีหลังจากนั้น Coca-Cola ยังได้มีการร่วมมือกับเครือข่ายกาแฟอื่นๆ อีกหลากหลายแบรนด์ ยกตัวอย่างเช่น Costa Coffee รวมไปถึง unkin เพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่มอีกหลากหลายยี่ห้อ

การถือกำเนิดขึ้นของกาแฟสเปเชียลตี้รูปแบบกระป๋อง

นอกจากนี้แล้ว เรายังมีโอกาสได้เห็นตลาดกาแฟพิเศษแบรนด์ต่างๆ เพิ่มมากยิ่งขึ้น และได้ทำการตีตลาดกาแฟพร้อมดื่มของตนเองด้วย ทั้งนี้รวมถึงมีกาแฟกระป๋องแบบสเปเชียลตี้ ให้เราได้ดื่มกันแล้ว

ยกตัวอย่าง โรงคั่วกาแฟสเปเชียลตี้ชื่อดัง Ble Bottle, Stumptown และ La Colombe ต่างก็เปิดตัวผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่ม ซึ่งเป็นกาแฟในรูปแบบของกระป๋อง หรืออาจจะเป็นขวด ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมานี้เอง

กาแฟสกัดเย็นบรรจุกระป๋อง และกาแฟไนโตร ก็นับว่าเป็นตัวเลือกยอดนิยมในหมู่ผู้บริโภครุ่นใหม่ แต่ไม่เพียงแค่นี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยังได้มีตลาดกาแฟพร้อมดื่ม แบบใหม่และไม่เหมือนใคร พร้อมกับมีการใช้นวัตกรรมใหม่ๆ ในตลาดนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก อย่างที่เราคาดไม่ถึงเลย

ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงปี 2016 La Colombe ได้ทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Draft Latte ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีสัดส่วนตลาดมากกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ของตลาดกาแฟพร้อมดื่มทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา โดยใช้เวลาเพียงแค่ 18 เดือนหลังจากที่เปิดตัว นับว่าเป็นกาแฟพร้อมดื่ม ที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกาในขณะนั้นเลยทีเดียว

กาแฟพร้อมดื่มที่มีการแต่งกลิ่น ซึ่งใช้นมจากพืชในการทำ ก็นับว่าเป็นกาแฟที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ค่อนข้างที่จะได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ ทั้งกลุ่มคนมิลเลนเนียล และกลุ่มคนเจน Z ที่ให้ความสำคัญในเรื่องของความยั่งยืนในกระบวนการผลิต และหันมาใส่ใจในด้านของสุขภาพด้วย

 แม้แต่แบรนด์ที่ผลิตนมจากพืชหลายแบรนด์ ยกตัวอย่างเช่น Oatly ก็ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่มเป็นของตัวเอง ซึ่งก็ประสบความสำเร็จในตลาดกาแฟหลายแห่งด้วยเช่นเดียวกัน

กาแฟกระป๋อง จะยังคงเป็นที่นิยมต่อไปหรือไม่

 เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ได้มีการเติบโตของตลาดกาแฟพร้อมดื่มทั่วโลก และไม่มีสัญญาณของการชะลอตัวลงเลย ดังนั้นด้วยเหตุนี้ กาแฟกระป๋องซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบของกาแฟพร้อมดื่ม ก็ยังคงจะเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยม เนื่องจากความต้องการของตลาดที่มีมากยิ่งขึ้น และให้ได้ในเรื่องของความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น เริ่มจากประเทศญี่ปุ่น และก็จะมีการเผยแพร่ไปสู่ทั่วโลก

 ยิ่งไปกว่านั้น บรรดาบริษัทกาแฟพิเศษ หรือกาแฟสเปเชียลตี้ที่มีอยู่มากมาย ก็เริ่มมีการผลิต และเปิดตัวกาแฟพร้อมดื่มของตัวเองเป็นจำนวนมาก ซึ่งเหล่านี้ก็เป็นการขับเคลื่อนตลาดได้เป็นอย่างดี ดังนั้นผู้บริโภค จึงจะได้เห็นตัวเลือกที่มีความหลากหลายมากกว่าที่เคย ถึงแม้ว่าในบ้านเราจะมีแค่เจ้าตลาดใหญ่ไม่กี่แบรนด์เพียงเท่านั้น แต่หากคุณลองไปเดินในร้านขายของ ที่เป็นร้านสะดวกซื้อในต่างประเทศ เราอาจจะพบเครื่องดื่มกาแฟพร้อมดื่มที่แตกต่างกันอยู่มากมาย

เรื่องของคุณภาพ ยังเป็นสิ่งสำคัญเสมอ

 หากจะกล่าวถึงกาแฟพร้อมดื่ม หรือกาแฟในรูปแบบของกาแฟกระป๋อง หลายคนก็ยังอาจที่จะกังขา หรือสงสัยเกี่ยวกับคุณภาพของเครื่องดื่มเหล่านี้ ว่าไม่ว่าอย่างไร ก็ไม่อาจที่จะให้คุณภาพได้เท่ากับกาแฟสด ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความสะดวกสบายเพียงเท่านั้น เรื่องของคุณภาพก็เป็นเรื่องที่ผู้คนให้ความสนใจชัดเจน สำหรับแบรนด์กาแฟ ทั้งแบรนด์ที่เป็นเจ้าตลาดใหญ่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์กาแฟสเปเชียลตี้

 ได้มีการทำกาแฟ Flash brew เมล็ดกาแฟ natural จากเอธิโอเปีย ซึ่งเป็นกาแฟแบบซิงเกิลออริจิน ไปจนถึงลาเต้ ที่ใช้นมข้าวโอ๊ตในการทำ ซึ่งทั้งหมดเป็นกาแฟพร้อมดื่ม กาแฟเหล่านี้นับว่าเป็นกาแฟพิเศษ และมีคุณภาพมาก เราจะเห็นตัวเลือกที่มากมายขึ้นเรื่อยๆ ได้เห็นกาแฟจากแหล่งปลูกกาแฟต่างๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ วิธีการในการสกัดกาแฟ เพื่อทำออกมาในรูปแบบของกาแฟพร้อมดินก็จะมีหลากหลายขึ้นด้วย

 นอกจากในเรื่องของคุณภาพ ผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ยังมีการตระหนักมากยิ่งขึ้น เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมกาแฟ ดังนั้นการที่จะผลิตกาแฟคุณภาพสูง เพื่อทำออกมาเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่ม จำเป็นที่จะต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคทราบถึงแหล่งที่มาของกาแฟ รวมถึงราคาที่เป็นธรรม ที่เกษตรกรจะได้รับจากกาแฟ 1 กระป๋อง

canned coffee

 หากมองย้อนกลับไป จะต้องขอบคุณบริษัทญี่ปุ่นหลายบริษัทเลยทีเดียว ที่ทำให้กาแฟกระป๋อง และบรรดากาแฟพร้อมดื่ม ได้กลายเป็นกาแฟที่ได้รับความนิยม และกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 จนปัจจุบัน เรามีโอกาสได้เห็นกาแฟกระป๋องหลากหลายมากมาย และนับไม่ถ้วนที่วางจำหน่ายทั่วโลก ซึ่งเหล่านี้มีความแตกต่าง และเป็นตัวเลือกให้ผู้บริโภคที่มากอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

 ท้ายที่สุดแล้ว เราเห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า ตลาดกาแฟสำเร็จรูปจะเติบโต และจะยังคงเติบโตต่อไป ดังนั้นจึงกลายเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจของผู้บริโภค หวังว่าในบ้านเรา จะมีการผลิตกาแฟกระป๋อง หรือกาแฟสำเร็จรูปออกมาให้มีความหลากหลาย และมีคุณภาพสูงมากกว่านี้ได้